เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีต่างกัน อาจจะส่งผลให้คนแต่ละกรุ๊ปเลือดมีความสามารถในการย่อยอาหารต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารไม่ตรงตามกรุ๊ปเลือดจะมีผลให้ป่วยง่าย และมีความเสื่อมตามเซลล์และส่วนต่างๆ ของร่างกายได้เร็วขึ้นนั่นเอง

การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือด เป็นแนวคิดของ Dr. Peter J. D’Adamo ผู้ได้รับรางวัลแพทย์ธรรมชาติบำบัดยอดเยี่ยม ด้วยความเชื่อที่ว่า “เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีแตกต่างกัน ดังนั้น การทานอาหารจึงแตกต่างกัน”

เรามาดูเมนูแนะนำของแต่ละกรุ๊ปเลือดกันค่ะ

กรุ๊ป A

รับประทานปลาอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อเสริมโปรตีน หลีกเลี่ยงปลาเนื้อขาว เช่น ปลาตาเดียว หรือปลาจะละเม็ด เพราะจะรบกวนระบบย่อยอาหาร หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ต่างๆ อาจกินได้นิดหน่อย และควรดื่มนมถั่วเหลือง นมแพะ หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ แทนนมวัว และกินไข่ได้บ้างเป็นครั้งคราว

กรุ๊ป B

ควรรับประทานเนื้อแกะ, ปลาซาร์ดีน, กะหล่ำปลี, บรอกโคลี่, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, แครนเบอร์รี่, สับปะรด, ลูกพรุน, แตงโม, ชาเขียว, โยเกิร์ต เป็นต้น หลีกเลี่ยงพวกเนื้อหมู ไก่ หอยเชลล์ กุ้ง ปู หอยแครง เพราะจะรบกวนระบบในร่างกาย

กรุ๊ป O

สามารถรับประทานเนื้อสัตว์และอาหารทะเลได้เป็นประจำ แต่ถ้าอยากผอมควรเลี่ยงแป้งสาลี ข้าวโอ๊ต และบรรดาถั่วต่างๆ ส่วนผัก รับประทานได้แทบทุกชนิด แต่ควรหลีกเลี่ยงผักตระกูลกะหล่ำ เพราะมีผลต่อต่อมไทรอยด์

กรุ๊ป AB

ได้แก่ ปลาซาร์ดีน, กะหล่ำปลี, ดอกกะหล่ำ, บรอกโคลี, พาร์สลีย์, กระเทียม, ขิง, ขมิ้น, หอมหัวใหญ่, หอมเล็ก, เชอร์รี่, เลมอน, สับปะรด, ถั่วเหลือง, วอลนัต, น้ำมันมะกอก, ชาเขียว, โยเกิร์ต เป็นต้น หลีกเลี่ยงอาหารจำพวก แฮม, ไก่, เป็ด, ปู, กุ้ง, หอยนางรม, มะระ, หัวไชเท้า, พริกไทย, งา, เมล็ดทานตะวัน, ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, ถั่วแดง, ถั่วเขียว, กล้วย, มะพร้าว, มะม่วง, ส้ม, อะโวคาโด เป็นต้น

การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือด ยังมีข้อโต้แย้งจากนักวิทยาศาสตร์ แพทย์และนักโภชนาการจำนวนหนึ่ง เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่า จะช่วยให้สุขภาพดีจริงหรือไม่ และบางข้อมูลก็ยังขาดหลักฐานในการพิสูจน์ ดังนั้น การเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมโดยทานให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่ไม่มากและไม่น้อยเกินไป จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดค่ะ และต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Hello คุณหมอ ด้วยนะคะ