ในปัจจุบันเมื่อสังคมดูเร่งรีบ ครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยน้อยลงการดูเเลเอาใจใส่คนรอบข้างก็ลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อเเม่ผู้ปกครองที่ต้องทำงานหนักในยุคเศรษฐกิจใหม่ การเลี้ยงลูกอย่างไรให้มี “จิตใจเเข็งเเกร่ง” ที่เเท้จริงไปพร้อมๆ กับมีสุขภาพกายที่เเข็งเเรง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามได้

ภาวะการพัฒนาการทางด้านจิตใจของเด็กเเต่ละคนช้าเร็วไม่เหมือนกัน บางครั้งเกิดความผิดปกติขึ้นบ้างเเละมีอยู่มากมายหลายรูปแบบ บางครั้งก็เป็นเพียงอาการทางสุขภาพจิตเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นได้เป็นโรคเเละไม่ต้องกินยา เเต่ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมเเละการดูเเลเอาใจใส่จากพ่อเเม่ ซึ่งจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือกันทั้งครอบครัวเเละได้รับคำเเนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ที่ผ่านมาเราคงเคยได้ยินคำว่า IQ (Intelligence Quotient) , EQ (Emotional Quotient) , AQ (Adversity Quotient) หรือ  CQ (Creativity Quotient) มามากมายหลายคำนิยามในการพัฒนาจิตใจของเด็กเเละเยาวชน

วันนี้เราจะมารู้จักกับ RQ คำที่เพิ่งคิดขึ้นมาใหม่ในปัจจุบันย่อมาจาก Resilience Quotient จาก “นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์” ผู้อำนวยการศูนย์ Samitivej Parenting Center อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นจากสหราชอาณาจักร ในงานเปิด Samitivej Parenting Center เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา

นพ.ธีระเกียรติ อธิบายว่า RQ  เป็นคำนิยามในช่วงที่เราเจอสิ่งที่กระทบกระเทือนจิตใจ เหตุการณ์ร้ายเเรง เเต่เราก็สามารถฟื้นกลับคืนมาได้ เหมือนคนที่ “ล้มเเล้วลุก” ได้ ซึ่งสะท้อนภาพอะไรได้หลายอย่างว่าเด็กที่จิตใจเเข็งเเกร่งนั้น ข้างในต้องมี “Growth Mindset” กรอบความคิดหรือทัศนคติ แนวคิดแบบยืดหยุ่นและเติบโตพัฒนาต่อไปข้างหน้า ประกอบรวมกับ EF ซึ่งย่อมาจาก Executive Function ความสามารถของสมองและจิตใจที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ดังนั้นการมี RQ จึงผสมกันทั้งการมี Growth Mindset เเละ EF ซึ่งเด็กทุกคนสามารถมีได้ หากได้รับการดูเเลอบรมที่ดี พ่อเเม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจในเรื่องนี้อย่างมาก

“สุขภาพจิตของเด็กเป็นปัญหาสำคัญ เด็กบางคนเริ่มตั้งแต่ ขี้กลัว อ่อนไหว ดื้อ และลุกลามไปจนถึงการฆ่าตัวตาย แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กในการปรับตัวต่อสภาวะที่ยากลำบาก หรือความยืดหยุ่นในการปรับตัวลดลง  อย่างไรก็ตาม ความเเกร่งในจิตใจไม่ใช่อยู่ดีๆ จะผุดขึ้นมาต้องสะสมมาเรื่อยๆ สภาพเเวดล้อมก็มีส่วน โดยเด็กที่โตในสังคมเมืองมีอัตราการมีปัญหาทางจิตใจมากกว่าเด็กต่างจังหวัด 2 เท่า ไม่ใช่เเค่ในไทยเเต่เป็นกันทั่วโลก”

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า การทำหน้าที่ของพ่อเเม่ ผู้ปกครองเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตทางจิตใจของบุตรหลาน เปรียบเทียบกับการที่คนเรากว่าจะเชี่ยวชาญในอาชีพใดอาชีพหนึ่ง จะต้องผ่านการเทรนนิ่ง สั่งสมประสบการณ์นานนับ 10 ปี เเต่การได้มาเป็นพ่อเเม่ของคนๆหนึ่ง พอลูกคลอดออกมาเรากลายเป็นพ่อเเม่เลย จึงไม่ค่อยรู้ว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไรดี ส่วนใหญ่ยังเลี้ยง “ตามความรู้สึก” เลี้ยงตามที่ตัวเองถูกเลี้ยงมา หรือเลี้ยงตามพรรคพวก

“ผมอยากให้มีการดูเเลสุขภาพจิตเด็กอย่างเป็นระบบในเมืองไทย ส่งต่อระบบความรู้ไปให้จิตแพทย์รุ่นน้องเพื่อช่วยเหลือคนในสังคม ถึงเวลาที่ทุกคนต้องมาเรียนรู้ถึงกระบวนการสร้างให้เด็กมีจิตใจที่เเข็งเเกร่งอย่างแท้จริง รู้จักองค์ความรู้ที่จะให้เข้าใจสุขภาพจิตเด็กมากขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น โดยทุกคนต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองมี EF มากขึ้นตามลูกด้วย ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็สามารถเปลี่ยนได้”

สำหรับโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช มีวิสัยทัศน์ที่จะดูแลเด็กแบบ Total Health Solution หรือการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ด้วยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสาขาต่างๆ กว่า 150 คน จึงได้จัดตั้ง Samitivej Parenting Center ขึ้น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้สุขภาพจิตเด็กเเละการรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

โดยจะดูแลเด็กในขั้น  Advanced   ที่ไม่ใช่เพียงแค่รักษาอาการต่างๆ ของเด็ก แต่เป็นศูนย์ในการรวมพลังของแพทย์และพ่อแม่ผู้ปกครองในการเรียนรู้วิธีรับมือกับลูกอย่างมีแบบแผนถูกต้อง และตรงจุด ตัวอย่างเช่น เด็กต่ำกว่าอายุ 6 ขวบที่มีปัญหาในเรื่องดื้อหรือสมาธิสั้น จะไม่แนะนำให้ใช้ยา  พ่อแม่เป็นยาที่ดีที่สุดในการปรับพฤติกรรมของลูก  เด็กมีความเก่งอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบในยุคนี้แลัว แต่เด็กต้องเติบโตมาด้วยคุณภาพทางอารมณ์ด้วย

ในระยะแรก Samitivej Parenting Center จะเปิดโปรแกรมสำหรับพ่อแม่และผู้ปกครองเพื่อการรักษาเด็กสมาธิสั้น (ADHD) และเด็กดื้อ(ODD) อายุระหว่าง 2-12 ปี โดยเป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีโครงสร้างลักษณะเฉพาะและมีแบบแผนชัดเจนอิงตาแนวทางของ Russell A. Barkley ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสมาธิระดับโลก โดยพ่อแม่และผู้ปกครองจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่องโรคสมาธิสั้น และพฤติกรรมดื้อต่อต้าน อย่างครบวงจร อาทิ ฝึกสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูก ฝึกการออกคำสั่งแบบมีประสิทธิภาพ ฝึกทักษะการปรับพฤติกรรม การเลือกโรงเรียน การรักษาโรคสมาธิสั้น เป็นต้น

“จากผลวิจัยซึ่งทำต่อเนื่องระยะยาวพบว่า เด็กที่มีความสามารถรอได้เมื่อตอน 4 ขวบ เมื่อมีอายุมากขึ้นส่วนใหญ่จะมีชีวิตที่ดี และมีหน้าที่การงานดี มีรายได้สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการฝึกให้รอเป็นตั้งแต่เด็ก พ่อแม่จึงต้องฝึกฝน โดยต้องการเลือกสถานการณ์ให้ถูกต้อง ตามหลักพัฒนา 5 Point of EF intervention ได้แก่ Choose Situation – Change Situation – Choose Attention – Change Thoughts – Change Response พัฒนาไปพร้อมกับลูก เพราะถ้าจะเเก้ปัญหาจิตใจเด็ก เเต่ตราบใดที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวยังไม่ได้เรื่อง เเม้จะมีเทคนิควิเศษสุดก็จะไม่เปลี่ยน ดังนั้นจึงต้องทุ่มเทให้กับการสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกก่อน แล้วค่อยไปสอนพ่อเเม่ว่าต้องจัดการกับลูกอย่างไร เเต่หลายครอบครัวมักไม่สนใจขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้ อยากกระโดดไปสเต็ปที่ 4-5 เลย แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา”

 

 

 

นอกจากนี้ นพ.ธีระเกียรติ ได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้โอกาสสัมภาษณ์ทีมหมูป่า ผู้รอดชีวิตทั้ง 13 คน โดยเป็นการเข้าไปพูดคุยเรื่องสภาพจิตใจ การเอาตัวรอด การปรับตัว การตัดสินใจเเล้วนำมาวิเคราะห์การก้าวผ่านในปัจจัยต่างๆ แบบไม่อิงเรื่องดราม่าและกระแสสังคมว่า หัวใจสำคัญคือทีมเวิร์ก มนุษย์เราอย่าเเก้ปัญหาคนเดียว เเละความเป็นผู้นำของโค้ชก็มีส่วนช่วยได้มาก เด็กต้องมีตัวอย่างเเละผู้นำที่ดี มีความคิดในเเง่ดีจึงทำให้มีความหวังเเละกำลังใจ เป็นพื้นฐานที่ดีมากของสุขภาพจิตใจเด็ก อีกทั้งการเล่นกีฬาก็มีส่วนในการพัฒนา EF เเละ RQ อย่างมาก ซึ่งถ้ามองถึงสังคมปัจจุบัน เด็กในเมืองกรุง อาจไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นนั้น เนื่องด้วยการอยู่อาศัยเเละการดำรงชีวิตที่เร่งรีบและเป็นปัจเจกกว่า

 

 

 

 

 

บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้า นมแพะผงภายใต้ แบรนด์ ดีจี จากประเทศนิวซีแลนด์ ผลิตภัณฑ์นมแพะผง DG3 และ DG3 Advance Gold ผลิตโดย แดรี่โกท โคโอเปอร์เรทีฟ ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตนมแพะชั้นดีจากนิวซีแลนด์ หนึ่งในผู้นำผลิตภัณฑ์นมแพะผงสำหรับเด็กและทุกคนในครอบครัว ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมออกบูธในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 บูธ S25 Hall 98-99 ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 19 – 22 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

นางสาวดารา มีนะวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “แบรนด์ ดีจี เป็นนมแพะผงคุณภาพสูงสำหรับเด็ก และทุกคนในครอบครัว มีอัตราการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง โดยแบรนด์ ดีจี นอกจากจะส่งเสริมโภชนาการ เพื่อพัฒนาการที่สมวัยให้กับเด็กแล้ว จากคุณประโยชน์ที่ดีของนมแพะ โดยเฉพาะโปรตีนนมแพะที่ย่อยง่าย พร้อมสารอาหารสำคัญ โดยผ่านกระบวนการผลิตที่ยังคงคุณค่าสารอาหารจากนมแพะไว้อย่างครบถ้วนแล้ว นมแพะผงดีจียังคงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง คือ สูตร DG 3 ADVANCE GOLD เสริมคุณค่าเพื่อลูกเติบโตอย่างแข็งแรง ทั้งโปรตีนนมแพะ และใยอาหาร 2 ชนิด อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส (Inulin and Oligofructose) ซึ่งคุณสมบัติของใยอาหารจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพในร่างกาย ช่วยส่งเสริมในเรื่องระบบการขับถ่ายให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี จึงหมดห่วงได้เลยกับปัญหาท้องผูก ช่วยให้ลูกเติบโต แข็งแรง พัฒนาการสมวัย ซึ่ง DG 3 ADVANCE GOLD ได้รับการตอบรับจากคุณแม่สมัยใหม่อย่างดีเยี่ยม” น.ส.ดารา กล่าว

นางสาว กัญญภา ธวัชวิบูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ แผนกนิวทริชั่น นมแพะผงดีจี บริษัท แปซิฟิค เฮลธ์แคร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แนวทางการรุกตลาดผลิตภัณฑ์นมแพะ ดีจี ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง โดยให้ข้อมูล ความรู้ และข่าวสารการจัดกิจกรรมเพื่อครอบครัว ผ่านเว็บไซต์ www.dgsmartmom.com และเฟซบุ๊ก (facebook.com/dgsmartmom) เพื่อให้ความรู้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากนมแพะผงถือเป็น ตัวช่วยที่คุณแม่มั่นใจ จึงมุ่งเน้นสื่อสารให้กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นคุณแม่รุ่นใหม่ได้มีข้อมูลความรู้และความเข้าใจในคุณประโยชน์ของนมแพะผง ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 ครั้งนี้ ดีจี จึงได้เชิญคุณแม่สมัยใหม่ที่มีแนวคิด วิธีการ และแบบอย่างที่ดีในการเลี้ยงลูก อย่างคุณแม่ฮารุ และน้องคีริน จากครอบครัวของพระเอกหนุ่ม กาย รัชชานนท์ ที่เป็นครอบครัวสุขสันต์อีกหนึ่งครอบครัว จะมาพบปะพูดคุยให้ความรู้ เคล็ดไม่ลับ แบบ Advance ที่ทำให้น้องคีรินขับถ่ายง่าย ท้องไม่ผูก สดใส ร่าเริง ตลอดเวลา

โดย “ฮารุ ยามากูชิ” คุณแม่ลูกสาม เล่าถึงประสบการณ์ เคล็ดไม่ลับ แบบ Advance เรื่องขับถ่ายง่ายๆ ของคิรินว่า

“ครอบครัวของฮารุ ได้เป็นคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว แต่ก็มุ่งมั่นตั้งใจขยันทำงาน ในขณะเดียวกัน ก็แบ่งเวลาให้กับครอบครัว และให้ความสำคัญกับการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกๆ โดยในเรื่องโภชนาการเกี่ยวกับนม แน่นอนว่านมแม่ดีที่สุด และฮารุเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นหลัก และเมื่อคีรินเริ่มหย่านม ปัญหาหลักๆ ที่พบ คือ ลูกท้องผูก เพราะเรื่องขับถ่าย เป็นเรื่องสำคัญสำหรับลูก อาการท้องผูกจะทำให้เด็กงอแง ไม่สบายตัว อารมณ์ไม่ดี เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการเรียนรู้ ฮารุและกายจึงให้ความสำคัญเรื่องของโภชนาการ ซึ่งต้องศึกษาอย่างดี เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกกับลูก ซึ่งครอบครัวเราเลือก นมแพะ DG 3 ADVANCE GOLD ที่มีคุณค่าของสารอาหารหลากหลาย ทั้งโปรตีนจากนมแพะ ย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เต็มที่ พร้อมด้วยใยอาหาร 2 ชนิด ทั้งอินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส ช่วยในเรื่องการขับถ่าย และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะอินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กขับถ่ายดี หมดปัญหาอาการท้องผูก ร่างกายแข็งแรง พัฒนาการสมวัย และที่สำคัญ นมแพะ DG 3 สูตร ADVANCE GOLD มีแคลเซียมสูง มีสารอาหารครบถ้วน รสชาติที่หอมอร่อย เด็กๆ ชอบมาก ดื่มได้ทั้งครอบครัว” ฮารุ กล่าว