เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : “อีสานจิ้มจุ่ม” ริมทะเลสาบเมืองทอง แซ่บจัดจ้านชมวิวหลักล้านใกล้เมืองกรุง

จิ้มจุ่ม ชุดอิ่มสุดคุ้ม (เล็ก)
ฉบับนี้จะพาทุกคนตรงไปอิมแพค เมืองทองธานี ไม่ได้มาดูการจัดแสดงอะไรนะคะ แต่จะพามากิน กิน กินกันค่ะ

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่นอกจากเป็นศูนย์ประชุมจัดแสดงแล้ว ยังเป็นแหล่งกินที่มีบรรยากาศดีมากๆ ด้วย เพราะร้านค้าต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมทะเลสาบอากาศจึงดีมาก

การเดินทางมาไม่ยาก ถ้าขับผ่านธันเดอร์โดม (อยู่ขวามือ) พอไฟแดงตรงมาอีกนิดจะเห็นทางเข้าร้านอาหารอยู่ขวามือเป็นจุดเดียวกับสนามโกคาร์ต มีที่จอดรถกว้างขวาง เดินเข้ามาจะเห็นเวิ้งร้านอาหารตั้งอยู่ 3-4 ร้าน จุดหมายของเรา คือ ร้านอีสานจิ้มจุ่ม

ร้านนี้เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็น แดดกำลังร่มลมกำลังตกพอดี นั่งเอาต์ดอร์กันได้แบบชิล..ชิล แต่ใครติดนั่งห้องแอร์ก็เลือกนั่งด้านในได้ตามสะดวก หรือจะนั่งห้องคาราโอเกะที่นี่ก็มีรองรับ มีทั้งห้องเล็กรองรับไม่เกิน 6 คน ราคาเหมา 950 บาท ห้องใหญ่รองรับไม่เกิน 15 คน ราคาเหมา 1,350 บาท แต่แบบรายชั่วโมงก็มี

บรรยากาศสุดชิลริมทะเลสาบ

ได้เวลาอาหารของเราแล้ว ตามชื่อร้านเลย มีซิกเนเจอร์ คือ จิ้มจุ่ม ใครมาก็ต้องสั่ง ชุดจิ้มจุ่มที่นี่มีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ ชุดทะเล 620 บาท ชุดอิ่มสุดคุ้ม (ใหญ่) 590 บาท ชุดอิ่มสุดคุ้ม (เล็ก) 450 บาท ชุดหมูๆ 350 บาท ชุดผักจิ้มจุ่ม 65 บาท แล้วยังมี พรีเมียม ไอเทมส์ แยกให้เลือกอีก ทั้ง เนื้อวากิวออสเตรเลีย เทนเดอร์ลอยน์ 560 บาท ริบอาย 370 บาท สตริปลอยน์ 340 บาท และ หมูคุโรบูตะ สันในชุดละ 85 บาท สันไหล่ชุดละ 80 บาท

วันนี้ชวนเพื่อนมาคนเดียว เราเลยเลือกสั่ง ชุดอิ่มสุดคุ้ม (เล็ก) 450 บาท ขนาดชุดเล็กก็ยังต้องร้องอู้หู เขาเรียงสารพัดเนื้อทับกันเป็นชั้นพูนๆ ดูน่ารับประทานเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งกุ้ง หมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาแซลมอน ปลาดอรี่ หมูสามชั้น เนื้อหมูหมัก เนื้อไก่หมัก ตับหมู ไข่ไก่ และชุดผักที่ใส่มาในกระบุง น่ารักเชียว

ไม่ต้องรอนานเด็กเสิร์ฟยกเตาถ่านและหม้อดินมาวางที่โต๊ะที่ออกแบบให้เป็นหลุมใส่เตา ทำให้ระดับหม้ออยู่ไม่สูง เวลาคีบไม่ต้องยืดตัวมากเหมือนร้านจิ้มจุ่มทั่วๆ ไป ระหว่างรอให้น้ำเดือดแป๊บนึงเงยหน้าขึ้นมามองเห็นทะเลสาบสุดสายตา โอ้โห มันชิลจริงๆ ค่ะ

ผักสดเสิร์ฟมาเป็นกระบุงน้อยๆ
มาจิ้มจุ่มกับเพื่อนสนุกกันยกแก๊ง

กลิ่นหอมฟุ้งจากหม้อจิ้มจุ่มโชยมายั่วกระเพาะดีนัก น้ำซุปที่นี่เขาใช้ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดไปเผาให้หอมก่อนแล้วค่อยเอามาใส่กับน้ำซุปเอียเล้ง หรือกระดูกสันหลังหมู ที่บรรจงเคี่ยวนานกว่า 2 ชั่วโมง ทำให้น้ำซุปที่ได้จึงมีรสชาติหอมหวาน ชนิดที่ว่าต้มอะไรลงไปก็อร่อยทั้งนั้น

ด้วยความที่ร้านนี้เป็นหนึ่งในกว่า 20 ร้าน ที่อยู่ในเครืออิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งมีระบบครัวกลาง คัดของจากซัพพลายเออร์หลายเจ้า ต้องมี ISO มาตรฐานอาหาร จึงมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบมีความสะอาด ความปลอดภัย

ตำมั่วมหาสมุทร

นอกจากจิ้มจุ่มก็ยังมีอาหารอีสานสไตล์ฟิวชั่นให้เลือกหลากหลาย ลองสั่ง “ตำมั่วมหาสมุทร” 320 บาท มาชิมดู จานนี้เหมือนยกมาทั้งทะเลเอามาโขลกมาคลุกปรุงรสแซ่บแล้วเสิร์ฟ

ลาบแซลมอน

จานต่อมา “ลาบแซลมอน” 220 บาท ลูกครึ่งญี่ปุ่นอีสาน คือ การนำแซลมอนดิบหั่นลูกเต๋านำมาคลุกเคล้ากับเครื่องลาบสไตล์อีสาน ได้รสชาติแซ่บจัดจ้านถึงใจ

ลาบหมูทอด

ต่อด้วย “ลาบหมูทอด” 95 บาท จานนี้เปรี้ยวเผ็ดแซ่บนัว เชฟใช้หมูบดมาปรุงรส ใส่ข้าวคั่ว หอมแดง ปรุงรสน้ำปลามะนาว ปั้นเป็นลูกใหญ่ ทอดในน้ำมันท่วม กรอบนอกนุ่มใน กินแกล้มกับผักสดเพลินไปเลย “ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไทย” 390 บาท ปรุงรสจัดจ้าน ไฮไลต์อยู่ที่กระเทียมเจียวที่อย่าใช้ว่าโรย แต่ให้เรียกว่าโกยมาใส่ดีกว่า ยิ่งกินยิ่งอร่อย ใครหิวมาสั่งข้าวสวยร้อนๆ มาด้วยรับประกันความฟิน

ปลาทับทิมทอดกระเทียมพริกไทย

ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง “จ้ำบ๊ะ” 45 บาท น้ำแข็งไสราดน้ำเขียวน้ำแดงราดอีกชั้นด้วยนมข้นหวานสไตล์ไทยๆ เป็นอันจบมื้ออย่างสวยงาม

จ้ำบ๊ะ

แถวนี้หลายคนอาจยังไม่คุ้นนัก เพราะเป็นโซนใหม่ เรียกว่า “อิมแพค เลคฟร้อนต์” หรือริมทะเลสาบเมืองทองธานี แว่วว่าลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท มีร้านในเครือของอิมแพคตั้งอยู่ 3-4 ร้าน ที่คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ผู้บริหารอิมแพค เมืองทองธานี หวังจะปลุกปั้นให้เป็นแหล่งกินแหล่งเที่ยวแห่งใหม่ เปิดมาได้ 2 ปีแล้ว คนที่รู้จักก็จะไปซ้ำๆ เพราะติดใจบรรยากาศชิลแสนสบายริมทะเลสาบนั่นเอง

แซ่บกับน้ำจิ้ม 3 แบบ น้ำจิ้มแจ่ว ซีฟู้ด และสุกี้

เรื่องรสชาติอาหารนั้นหายห่วง บรรยากาศยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาทำรองรับกลุ่มที่มาประชุมสัมมนาด้วย ล่าสุดเพิ่งสร้าง “เพียร์ 99” ขึ้นมาใหม่เมื่อต้นปีนี้ รองรับการจัดเลี้ยงได้สูงสุด 250 คน เป็นส่วนขยายยื่นไปในทะเลสาบ เพื่อสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ให้ใกล้เข้าไปอีก

ใครที่ได้ไปอิมแพค เมืองทองธานีแล้ว อยากให้ลองแวะร้านอีสานจิ้มจุ่ม ริมทะเลสาบกันดู ร้านเปิดทุกวัน สอบถามโทร 0-2033-5009 รับประกันว่าจะติดใจ บรรยากาศดีงาม อาหารอร่อย นั่งเพลินได้ตั้งแต่ 4 โมงเย็น ถึง 5 ทุ่ม ยาวๆ กันไปเลย

ที่มา : หน้าประชาชื่น มติชนรายวัน

ผู้เขียน : ชมนำพา [email protected]

บทความก่อนหน้านี้“ฟาร์มเฮ้าส์” ตอกย้ำคุณภาพ คว้าเบอร์ 1 แบรนด์ขนมปังครองใจผู้บริโภค 2 ปีซ้อน
บทความถัดไปลาบาริส เรสเตอร์รองท์ จัดโปรฯ สุดอิ่ม ชวนนักเดินทางลิ้มรสอาหาร Fine Dining ราคาไม่ถึงพัน