วัน-เวลาเรียน : วันเสาร์ที่ 6พ.ค.60เวลา09.00น.-15.00น.ค่าเรียน :2,140บาท หนึ่งในหลักสูตร การผลิตเฉาก๊วย 2 สูตร ที่สอนโดย ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม ผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านการทำขนมที่คนไทยชอบหาทานกันในยามหน้าร้อนซึ่งเป็นเมนูที่หาทานได้ง่ายมากตามตลาดทั่วไปจะขายกันเยอะมากแต่จะหาทานร้านที่อร่อยเลิศได้ยากค่ะ ทางศูนย์เราก็เลยได้นำการผลิตเฉาก๊วย 2 สูตร มาเปิดให้ผู้ที่สนใจและชื่นชอบในเรื่องของขนมหวานกันแบบเต็มที่กันเลยทีเดียวค่ะ ผู้ที่มาเรียนจะได้รู้ถึงเทคนิค-เคล็ดลับในการทำและรายละเอียดอีกมากมายเลยค่ะรับรองว่าคุ้มมากๆ ค่ะ
วัน-เวลาเรียน : วันอาทิตย์ที่7 พ.ค.60เวลา09.00น. -15.00น. ค่าเรียน :2,140บาท ขนมต้ม-ขนมนึ่ง ยอดนิยม ที่คัดสรรขนมไทยทีเด็ดอย่าง ขนมเหนียว, ขนมต้ม, ขนมถั่วแปบ, ขนมมัน, ขนมกล้วย, ขนมฟักทอง มาให้ผู้เรียนทุกท่านได้ลิ้มลองรสมือของกูรูท่านนี้แบบไม่มีอั้น พร้อมถ่ายทอดวิชาการทำขนมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ เคล็ดลับการทำแป้งขนมให้อร่อย รวมไปถึงวิธีการนำไปทำขายให้ได้กำไรงาม ด้วยต้นทุนไม่มากแต่สามารถชนะใจนักชิมได้ด้วยความอร่อยแบบต้นตำรับ สูตรเฉพาะของ อาจารย์พะเยาว์ ใครอยากจะนำไปลองทำกินหรือจะเพิ่มเติมเป็นเมนูขนมหวานภายในร้าน ต้องไม่พลาดที่จะมาเรียนรู้สูตรเด็ดจากกูรูท่านนี้ค่ะ
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันอาทิตย์ที่ 7พ.ค.60เวลา09.00น. -15.00น. ค่าเรียน :2,140บาท ร้านดังย่านวัดไร่ขิง ใครที่ชอบเมนู ของทอดแบบไทยๆ อย่าง "ก ล้ ว ย ท อ ด,เผือกทอด" ต้องไม่พลาด ! กับร้านอร่อยย่านวัดไร่ขิงอย่าง กล้วยทอดเจ๊วันดี ที่การันตีความอร่อยจากหลากหลายสำนักสื่อที่พากันไปชิมหลากหลาย เมนูทั้ง ..กล้วยอบน้ำผึ้งทอด (ทีเด็ด) กล้วยทอด มันทอด เผือกทอด ถั่ว มันทิพย์ และฟักทอง ความอร่อยอยู่ที่แป้งกรอบนอก นุ่มใน ไม่อมน้ำมัน สอนเคล็ดลับแป้ง2สูตรที่บอกเลยว่าทีเด็ด !!
วันที่ 28 พ.ย. 2559
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันเสาร์ที่ 13พ.ค.60เวลา09.00น. -15.00น. ค่าเรียน :2,140บาท สูตรเด็ดความอร่อย 'หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่' ที่ มติชนอคาเดมี !!! เปิดสูตรเด็ดกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหลักสูตรครัวสาธิตอย่าง หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่โดย อาจารย์สมยศ เพ็ชร์กลัด ที่ในวันนี้ได้มาไขความลับการทำหมูสะเต๊ะให้อร่อยขั้นเทพ พร้อมเฉลยวิธีการทำ สูตรน้ำอาจาด 2 สี และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ (อัญชันและเก๊กฮวย) นอกจากนี้ยังสอนในเรื่องของการเลือกวัตถุดิบ, การหมักหมู, การปิ้งหมู และปิดท้ายด้วยสอนเทคนิคการขายแบบมืออาชีพให้อีกด้วย โดยผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสฝึกหั่นเนื้อหมู, เรียนรู้เทคนิคการเสียบไม้, เทคนิคการย่างอีกด้วย จบคอร์สนี้ไป...ก็เตรียมตัวทำขายกันได้เลยจ้า
วันที่ 28 พ.ย. 2559
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันเสาร์ ที่ 13 พ.ค.60เวลา09.00น.-15.00น. ค่าเรียน :2,140 บาท ใครๆ ที่ชื่นชอบอย่างพวกหมูยอ, ไก่ยอและก๋วยจั๊บญวน มาทางนี้เลยค่ะเป็นเมนูน้องใหม่ของทางศูนย์อาชีพเราเลย สอนโดย อ.พรดารา เขตต์ทองคำ ผู้ที่รอบรู้เรื่องของหมูยอ, ไก่ยอโดยตรงแถมทางเราการันตีเรื่องรสชาติ หน้าตา สีสันน่ากินมากๆ เลยสำหรับเมนูนี้ผู้ที่มาเรียนหรือสนใจจริงๆ เราแนะนำเมนูนี้เลยถือว่าใครเรียนไปแล้วรับรองว่าสูตรนี้ไม่เหมือนร้านอื่นแน่นอน ผู้เรียนสามารถนำไปต่อยอดหรือนำไปพัฒนาฝีมือตัวเองให้อร่อยเลิศ ลูกค้าติดใจในรสชาติของหมูยอ, ไก่ยอ อีกด้วยค่ะ
วันที่ 28 พ.ย. 2559
เปิดสอนครอบคลุมทั้งหลักสูตรอาหารไทย อาหารนานาชาติและศิลปะด้านครัว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาฝีมือการทำอาหาร และผู้ที่ประกอบกิจการร้านอาหาร สอนโดยเชฟประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนและเชฟที่มีความเชี่ยวชาญ จากสถาบัน TCA เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ และหลักสูตร "สูตรเด็ดร้านดัง" ที่ทำการสอนโดยวิทยากรเจ้าของกิจการร้านอาหารขึ้นชื่อ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ *** เมนู สเต๊ก *** *** เมนูเทปันยากิหมู*** *** เมนู ผัดไทย หอยทอด*** Save
ครัวเบเกอรี่ สำหรับผู้ที่มีใจรักด้านการทำเบเกอรี่ ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเปิดร้านเบเกอรี่ในฝันผู้เรียนจะได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับ อย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากทีมเชฟที่มีประสบการณ์ด้านเบเกอรี่วัตถุดิบที่คัดสรรเป็นอย่างดีผสานกับความ ใส่ใจรายละเอียดของขนมทุกชิ้นจึงมั่นใจได้ว่าเบเกอรี่ทุกชิ้นเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่หลายๆ ท่านนิยมรับประทาน เบเกอรี่จนได้เผยแพร่จนได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายกลายเป็นอาหารหลักประจำวัน...ปัจจุบันขนมเบเกอรี่ได้รับความนิยม ไปทั่วโลกเรามีการพัฒนารูปแบบของขนมเบเกอรี่เราให้มีความแปลกใหม่ทั้งหน้าตาและรสชาติให้มีความอร่อย หอม หวาน ติดใจ ในรสชาติของขนมและยังอัพเดทเมนูต่างๆ ให้ผู้ที่มาเรียน ทางศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนของเราได้เชิญเชฟชื่อดังจากหลายๆ ที่ มาสอนที่ศูนย์อาชีพของเราและทางเรารับรองว่าผู้ที่มาเรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงและประสบความสำเร็จกันอย่างล้นหลามกันเลย ทีเดียวนะคะ... *** เมนู ฟรุตทาร์ตผลไม้ *** *** เมนู แยมโรลชาเขียว *** *** เมนู บราวนี่ *** *** เมนู ชิฟฟ่อน *** *** ขนมเอแคลร์ *** *** เมนู มาการอง ***
หลักสูตรงานช่างและงานฝีมือ ความเชี่ยวชาญจากกูรูผู้ชำนาญการงานช่างสาขาต่างๆ ที่มารวมตัวกันในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ต่อยอดเป็นวิชาช่างและงานฝีมือหลากหลายประเภทที่สามารถสร้างอาชีพได้ใน 1 วัน ถ่ายทอดทุกเคล็ดลับทุกวิชาชีพแบบไม่ปิดบัง โดยได้รับเสียงตอบรับจากผู้เรียนเป็นอย่างดี
ทัวร์เส้นทางกู้ชาติพระเจ้าตากสินมหาราช จ.ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-ระยอง-จันทบุรี หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากทริป "250 ปี กรุงธนบุรี-พระเจ้าตากสินฯ" ครั้งนี้ ทางมติชน อคาเดมี เลยมาเอาใจแฟนๆ ที่ชอบเที่ยวประวัติศาสตร์อีกครั้ง เลยจัดทัวร์"ทัวร์ เส้นทางกู้ชาติพระเจ้าตากสินมหาราช"ร่วมท่องเที่ยวกับทัวร์ทางมติชนอคาเดมีอีกครั้ง วันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 ทริปนี้ก็ยังคงมี คุณปรามินทร์ เครือทอง ผู้ที่มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์โดยตรงมาเป็นวิทยากร อีกด้วย.... สำหรับทัวร์ในครั้งนี้ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นภาพตามอย่างใกล้ชิด เสมือนได้ร่วมเหตุการณ์การกู้ชาติครั้งนั้นด้วย โดยเลือกเส้นทางจาก จ.ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา-ระยอง-จันทบุรี โดยแวะชมจุดต่างๆ ที่เป็นจุดสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกหลายสถานที่.....อย่าลืมมาร่วมเดินทางไปกับทัวร์มติชน อคาเดมี กับเรานะคะ กำหนดในการเดินทางวันที่24-25มิถุนายน2560 ราคา 6,500 บาท

เด็ก 8 ขวบใฝ่ดี ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักขาย ช่วยพ่อแม่หารายได้ เก็บเป็นทุน ใช้จ่ายค่าเทอม ผู้เขียน ดวงกมล โลหศรีสกุล เผยแพร่ วันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ.2560 เด็ก ป.3 อายุ 8 ขวบ โรงเรียนจันทศิริวิทยาใฝ่ดีช่วยพ่อแม่หารายได้เสริม ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ข้างบ้านปลูกผักปลอดสารพิษสุดฮิต อาทิ ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตเหมี่ยว ปลูก 7 วัน ตัดไปขายตลาดนัด หารายได้เสริมแต่ละเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไว้เป็นทุนซื้อของเล่น และจ่ายค่าเทอม คุณอัญชลีหิรัณยรัชต์ หรือคุณแอนคุณแม่น้องภูริ ทองป้องปัจจุบันเป็นนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนจันทศิริวิทยา คุณแม่แอน เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่าเมื่อ พ.ศ. 2558 น้องภูริในวัย 8 ขวบ อยากได้โน๊ตบุ๊ค ในฐานะแม่เห็นว่าเป็นของใช้ที่เกินตัว และยังไม่มีความจำเป็นต่อเด็กในวัยนี้ เลยบอกไปว่า ยังเด็กอยู่ แต่หากอยากจะได้จริงๆ ต้องเก็บเงินซื้อเองเลยเป็นที่มาของการปลูกผักขาย แม้จะเสนอเงื่อนไขให้ลูกชายหาเงินเอง แต่ฐานะคนเป็นแม่ก็อดที่จะช่วยเหลือลูกไม่ได้คุณแอน เลยบอกให้น้องภูริ ปลูกผักขาย เพราะเห็นว่าไม่ยาก เด็กสามารถปลูกได้อีกทั้งครอบครัวก็ปลูกผักทานอยู่แล้ว “ที่บ้านของเรา ปลูกผักง่ายๆ กินกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว เลยพอมีพื้นฐาน ประกอบกับค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มว่าผักชนิดไหน ปลูกไม่ยาก โตเร็ว เก็บขายได้ไว หนที่สุดมาเจอต้นอ่อนผักบุ้ง และต้นอ่อนผักต่างๆ” คุณแอน บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่าที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ย่านหนองแขม ขนาดพื้นที่50ตารางวา บริเวณที่ใช้ปลูกผักอยู่ด้านข้างตัวบ้าน พื้นที่ไม่มาก อุปกรณ์ที่ใช้ปลูกมีตะกร้า นอกจากนั้นยังนำไม้ไผ่มาต่อเป็นชั้นวาง3ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูก หน้าที่ของคุณแอน เธอเป็นแม่บ้าน ส่วนสามีอาชีพกราฟฟิกดีไซน์ น้องภูริ มีน้องสาว1คน ชื่อวาริ หลังจากน้องภูริมีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะเก็บเงินซื้อโน๊ตบุ๊ค คุณแอนก็ลงมือช่วยปลูกผัก มีต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนหัวไชเท้า เบบี้คะน้า และผักโตหมี่ยวสาเหตุที่หญิงสาวเลือกปลูกผักประเภทนี้ เธอบอกว่า ปลูกง่าย โตเร็ว เด็กสามารถปลูกได้ไม่ยุ่งยาก คุณแอน ยกตัวอย่างวิธีปลูกต้นผักบุ้งจีนอ่อน ขั้นตอนการเพาะเมล็ด 1.นำเมล็ดผักบุ้งไปล้างน้ำให้สะอาด จนน้ำใส จากนั้นแช่เมล็ดผักบุ้งในน้ำต่ออีก12ชั่วโมง 2. นำเมล็ดผักบุ้งที่ได้แช่น้ำมา12ชั่วโมงแล้ว มาเช็ดให้แห้ง และห่อด้วยผ้าเปียกต่ออีก12ชั่วโมง 3.เมล็ดผักบุ้งที่ผ่านการแช่น้ำ จะมีรากสีขาวงอกออกมา ขั้นตอนการเตรียมดิน 1.นำดินละเอียด มาผสมกับแกลบดำ ผสมขุยมะพร้าวละเอียดด้วย ปริมาณ1ต่อ1 2.นำดินเทใส่ภาชนะที่จะปลูก อาทิ ตะกร้า กะละมัง ใส่ดินสูง1นิ้วครึ่ง 3.นำเมล็ดผักบุ้งโรยลงไปในดิน กะปริมาณให้พอดีกับภาชนะที่จะปลูก รดน้ำให้ชุ่ม หาตะกร้ามาวางทับบนดินอีกที เพื่อให้รากยั่งลึกลงดิน2วัน 4.วันที่3เปิดตะกร้าที่วางทับบนดิน เพื่อให้ต้นอ่อนผักบุ้ง โดนแสงแดด รดน้ำ เช้า–เย็น ปลูกต่อไปอีก7วัน ก็สามารถตัดไปรัปประทานได้ ราคาเมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม ท้องตลาดขาย150บาท เมล็ดผักบุ้ง1กิโลกรัม เพาะต้นอ่อน 4 กิโลกรัม สำหรับหน้าที่ที่น้องภูริจะต้องทำคุณแม่แอน บอกว่า ทำทุกขั้นตอน ตั้งแต่เพาะเมล็ด รดน้ำเช้า–เย็น ยกเว้นตอนตัด เพราะต้องใช้ของมีคม ด้านสถานที่จำหน่ายผัก ปัจจุบันหญิงสาวนำไปขายที่ตลาดนัดในหมู่บ้าน และส่งตามออเดอร์ราคาขาย เบบี้คะน้า ขีดละ20บาท ผักบุ้งอ่อนขีดละ15บาท ต้นอ่อนหัวไชเท้าขีดละ20บาท รายได้จากการจำหน่ายเฉลี่ย1หมื่นบาท และหลังจากที่น้องภูริปลูกผักขายมาเป็นเวลาเกือบปี คุณแอน บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่ามีเงินซื้อโน๊ตบุ๊คแล้ว แต่ทว่าลูกชายกลับไม่ต้องการ เพราะเห็นคุณค่าของเงินกว่าจะทำงานหามาได้นั้นยากลำบาก ไม่ซื้อโน๊คบุ๊ค เก็บเงินไว้เป็นทุนการศึกษา
ดูรายละเอียด
ประมงพื้นบ้าน จ.กระบี่ แปรรูป’ปลาบ้าสี’แดดเดียว จากปลาสดเหลือขาย สร้างรายได้มั่นคง ผู้เขียน องอาจ ตัณฑวณิช เผยแพร่ วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ.2560 ชาวประมงพื้นบ้าน บ้านแหลมสัก ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ทุกบ้านรู้จักการถนอมอาหารด้วยการทำปลาแห้ง ปลาเค็ม มาตั้งแต่ปู่ย่าตายายสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิถีพื้นบ้านของชุมชน ในฤดูที่ปลามีให้จับอุดมสมบูรณ์ก็ได้แปรรูปปลาสดให้เป็นของแห้งที่สามารถเก็บไว้กินได้นานวันโดยไม่เสียคุณค่าทางอาหาร ถ้าปลาแห้งที่ทำได้มีจำนวนมากในสมัยก่อนก็ใช้แลกกับอาหารและของใช้ที่จำเป็นอย่างอื่น ซึ่งเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย มีโอกาสได้ไปจัดหวัดกระบี่โดยไปเป็นกรรมการตัดสินกล้วยไม้ในงานประกวดกล้วยไม้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่จัดขึ้น ในงานเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 6 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเสร็จจากงาน หลังจากนั้น ก็ได้มีโอกาสได้ไปตำบลแหลมสักเพราะได้ข่าวว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่น่าสนใจ จึงได้ไปจัดทำเป็นข่าวมาเล่าสู่กันฟัง คุณสถิตย์ โกยกิจเจริญ หรือ คุณโกเปี่ยน คุณสถิตย์ โกยกิจเจริญหรือคุณโกเปี่ยนเป็นชาวประมงบ้านแหลมสักกล่าวถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า ผมเป็นชาวแหลมสักโดยกำเนิด บรรพบุรุษแต่ดั้งเดิมเป็นชาวประมงพื้นบ้าน พอจำความได้ก็ออกทะเลหาปลากับพ่อ พอเป็นหนุ่มก็ยึดอาชีพเป็นชาวประมงมาตั้งแต่สมัยนั้น โดยใช้เรือประมงขนาดเล็กหาปลาในบริเวณทะเลอ่าวแหลมสัก พอจับปลาขึ้นมาได้ก็ให้ภรรยาขาย สมัยก่อนทะเลอุดมสมบูรณ์ ใช้เวลาไม่นานก็หาปลาได้เต็มลำพร้อมที่เข้าฝั่ง หาปลาไม่ยากเหมือนปัจจุบัน เพราะเรือที่จับปลามีจำนวนไม่มาก แต่ตอนนี้ปลาค่อนข้างหายากต้องออกทะเลให้ลึกออกไปและใช้เวลานาน แปรรูปจากปลาสดที่เหลือขายก่อน ปลาที่นำมาขายในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นปลาขนาดเล็ก บางครั้งปลาเหลือจากขายมีจำนวนมาก ทำให้ประสบปัญหาขาดทุน คุณโกเปี่ยนจึงนำปลาที่เหลือขายมาทำเป็นปลาหวาน โดยปกติจะใช้ปลาหลังเขียวมาทำเป็นปลาหวานตากแห้ง เพราะเนื้อค่อนข้างแข็ง เนื่องจากชาวประมงแถบนั้นมีความชำนาญในการทำปลาตากแห้งอยู่แล้วจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะทำปลาแห้งขาย คุณโกเปี่ยนจึงยึดอาชีพทำปลาแห้งขายแทนปลาสด ต่อมาปลาหลังเขียวหายากมากขึ้นและราคาค่อนข้างแพง ทำให้คุณโกเปี่ยนต้องคิดหาทางออกใหม่ ปลาบ้าสี จนมาได้ปลาบ้าสี(คนละพันธุ์กับปลาบ้า ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่มีพิษ) ซึ่งเป็นปลาขนาดเล็กที่มีชุกชุมอยู่ตามแถบนี้ ปลาบ้าสีเป็นชื่อปลาที่เรียกตามท้องถิ่น หรือเรียกอีกชื่อว่าปลามกคกคุณโกเปี่ยนก็ไม่สามารถบอกได้ถึงคำเรียกชื่อในภาษากลาง จึงขอเรียกปลาบ้าสีตามชื่อท้องถิ่น แต่ปลาบ้าสีที่จะแปรรูป เนื้อค่อนข้างนิ่ม ไม่แข็งเหมือนปลาหลังเขียวจึงไม่สามารถทำเป็นปลาตากแห้งได้ คุณโกเปี่ยนก็ได้เปลี่ยนมาทำเป็นปลาแดดเดียว โดยสมัยก่อนนั้นทำวันนี้ขายพรุ่งนี้ ต่อมาเมื่อทำมากขึ้นก็ได้ซื้อตู้แช่ฟรีซมาเพื่อรองรับจำนวนปลาแดดเดียวที่ทำเพิ่มขึ้น การทำปลาแดดเดียวนี้เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้เพียงเกลือกับขั้นตอนที่เหมาะสมจึงได้ปลาแดดเดียวที่ไม่ได้เจือสารเคมีที่อาจมีปัญหาต่อสุขภาพผู้บริโภคเลยแม้แต่น้อย ปลาบ้าสีที่ซื้อในวันนั้นโดยปกติจะทำในวันนั้นให้เสร็จขั้นตอนไปเลย เพื่อให้ได้ปลาแดดเดียวที่มีคุณภาพดีที่สุด แต่ถ้ามีคนงานน้อยหรือปลามีมากเกินไปก็จะแช่น้ำแข็งไว้ทำวันต่อไป ขั้นตอนการทำปลาแดดเดียว เมื่อได้ปลามาแล้วก็จะนำปลามาขูดเกล็ดออกทั้งสองด้านด้วยมีดคม โดยจะขูดทวนเกล็ดปลาเพราะเกล็ดจะหลุดได้ง่าย แล้วนำปลามาล้างน้ำเพื่อให้เกล็ดที่ติดตามตัวปลาออกให้เกลี้ยง แล้วจึงนำปลามาตัดหัวออกและตัดส่วนที่เป็นท้องโดยให้เครื่องในทั้งหมดติดออกมาด้วย หลังจากนั้น นำมาล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วใช้ช้อนสั้นคว่ำดันจากด้านหัวปลาที่ตัดเพื่อแบ่งปลาเป็นสองซีก และใช้หงายช้อนขึ้นดันอีกครั้งเพื่อเอาก้างกลางออก แล้วนำมาแช่น้ำสะอาดที่หมักเกลือดองเอาไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง จึงนำขึ้นมาตากแดด ถ้าเป็นวันที่แดดจัดจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขอดเกล็ดตัดหัวปลาก่อนเอาขี้ปลาออกแซะก้างแผ่ไว้สวยงาม หลังจากนั้น ก็นำมาไว้ในที่ร่มเพื่อระบายความร้อนทิ้งไว้ให้เย็น จึงนำมาบรรจุถุง 1 กิโลกรัม แล้วนำไปแช่ในตู้ฟรีซเพื่อรักษาความสดของปลาไว้ คุณโกเปี่ยน บอกว่า ปลา 100 กิโลกรัม หลังจากผ่านกรรมวิธีทำปลาแดดเดียวแล้วจะเหลือแค่ 30 กว่ากิโลกรัมเท่านั้น ส่วนหัวปลาบ้าสีซึ่งตัดออกจะมีชาวบ้านที่เลี้ยงปลาในกระชังจะมาซื้อไปเป็นอาหารให้ปลาอีกที ในราคากิโลกรัมละ 5 บาท และเครื่องในที่ท้องถิ่นเรียกว่าพุงปลานั้น ก็จะตัดแต่งส่วนที่เป็นขี้ปลาออกแล้วนำมาดองใส่ขวดทำเป็นไตปลาดองส่งให้น้องสาวที่ภูเก็ตเพื่อประกอบอาหารเป็นไตปลาแห้งบรรจุกระปุกเพื่อจำหน่ายเป็นของฝาก ซึ่งในโอกาสหน้าจะได้มานำเสนอต่อไป แช่ไว้ในช่องฟรีช กิโลกรัมละ 150 บาท การจำหน่ายส่วนใหญ่จะขายเฉพาะในท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต พังงา และจังหวัดกระบี่ ส่วนใหญ่จะอยู่ในร้านของฝากหรือร้านอาหารใหญ่ ราคาขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 150 บาท เนื่องจากเป็นปลาแดดเดียวที่ยังไม่แห้งจัดเหมือนปลาเค็มทำให้ต้องเก็บปลาแดดเดียวไว้ในช่องแข็งเพื่อถนอมอาหารไว้ให้นาน ปลาแดดเดียวจะนิยมนำไปทอด เคล็ดลับคือใช้น้ำมันค่อนข้างมากเพื่อเวลาทอดจะได้ท่วมเนื้อปลา เมื่อตั้งน้ำมันให้เดือดโดยใช้ไฟกลาง ก็นำมาลงทอด เมื่อปลาเริ่มเหลืองให้พลิกอีกข้าง เราก็จะมีปลาแดดเดียวกรอบนอกนุ่มใน รสชาติอร่อย กินกับข้าว ซึ่งคนท้องถิ่นส่วนใหญ่มักจะกินกับแกงส้มหรือแกงเหลือง หรือกินกับข้าวต้มร้อนๆ ก็ได้ ถ้ากินกับข้าวเหนียวก็จะอร่อยไปอีกแบบ คุณโกเปี่ยนจะรับซื้อปลาบ้าสีจากชาวประมงเรือเล็กชาวแหลมสักอยู่ 4-5 ราย ซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมในละแวกนั้นโดยทุกๆ วันจะขับรถไปรับปลาบ้าสีถึงบ้านในราคากิโลกรัมละ 20 บาท มากที่สุดรับซื้อปลาได้ 300 กว่ากิโลกรัม ต่อวัน ในช่วงที่ฤดูของปลามีมาก ส่วนในฤดูที่มีน้อยได้วันละ 30-40 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนบางวันไม่ได้ปลาเลยก็มี ปลาแดดเดียว ในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวปลาจะมีมาก ส่วนในฤดูร้อนช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ปลาบ้าสีจะหายากเนื่องจากแดดค่อนข้างแรง ผิวน้ำร้อน ทำให้ปลาอาศัยอยู่ในระดับน้ำที่ลึกกว่าปกติ จึงหายาก และในช่วงปกติในวัน 14 ค่ำ ถึง 2 ค่ำ ก็จะหยุดหาปลา จะเริ่มจับปลากันใหม่ในช่วง 3 ค่ำ จนถึง 13 ค่ำ จากชาวประมงพื้นบ้านพัฒนามาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลปลาแดดเดียว ด้วยการเริ่มต้นจนมาถึงปัจจุบันดูๆ แล้วไม่ยากเพราะเป็นการพัฒนาต่อเนื่องในแนวทางเดียวกันโดยอาศัยปัจจัยการผลิตแรกด้วยปลาสดจนถึงปลาแดดเดียว เนื่องจากพลิกวิกฤติที่ปลาสดขายเหลือ ทำให้ปัจจุบันคุณโกเปี่ยนมีความสุขในการประกอบธุรกิจนี้ด้วยความคิดต่อยอดจากธุรกิจเดิม กลุ่มปลาแดดเดียวไร้ก้าง ผมมักเน้นเสมอว่า การตลาดต้องเป็นเรื่องนำก่อนการผลิต ซึ่งการผลิตอะไรสักอย่างเกษตรกรในบ้านเรามีความชำนาญในเรื่องนั้นๆ กว่าใครอื่น แต่เกษตรกรของเราด้อยเรื่องการตลาดจึงทำให้ประสบความล้มเหลวในการทำธุรกิจ ตัวอย่างนี้เป็นการประกอบการแบบง่ายๆ ที่พอที่จะเป็นโมเดลให้เกษตรกรท่านอื่นดูเป็นแบบอย่างได้อย่างดี สนใจจะซื้อไปกินหรือจำหน่ายปลาแดดเดียว ติดต่อได้ที่ คุณโกเปี่ยน เบอร์โทรศัพท์ (081) 747-9572
ดูรายละเอียด
อาหารจานเด็ด "กระเพาะปลาน้ำแดง" ของอ.อดุลย์โรจน์ อ.อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข วิทยากรเจ้าของสูตรเด็ด “ขาหมูเมืองทองสูตรใส่โอวัลติน”ล่าสุดเตรียมปล่อยสูตรเด็ดจานอาชีพเพิ่มอีก 1 เมนู นั่นก็คือ "กระเพาะปลาน้ำแดง สูตรเมืองทอง" ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน แต่จะนำมาถ่ายทอดอาชีพให้ที่ มติชน อคาเดมี อย่างหลักสูตร "กระเพาะปลาน้ำแดง สูตรเมืองทอง" เป็นเมนูระดับเหลา ที่คนจีน คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เป็นได้ทั้งจานว่าง และจานหลัก จะรับประทานเดี่ยวๆ จะรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะรับประทานกับเส้นหมี่ขาวลวก ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล สูตรของอาจารย์อดุลย์โรจน์ จะเป็นกระเพาะปลาน้ำแดง สูตรเมืองทอง เป็นเมนูยอดนิยมอันดับต้นๆ ของร้านเช่นกัน ไล่ๆ กับขาหมูสูตรใส่โอวัลติน "การปรุงกระเพาะปลาน้ำแดงเห็ดหอมให้ได้รสเด็ด เป็นที่ชื่นชอบได้ต้องคัดสรรตั้งแต่วัตถุดิบที่สดใหม่ ผ่านกระบวนการปรุงที่มีเคล็ดลับ มีการลำดับขั้นตอนก่อนหลัง ซึ่งเป็นความลับเฉพาะตัวของพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคน ซึ่งโดยปกติคนที่เป็นเจ้าของสูตรเด็ดจะไม่ค่อยยอมเปิดเผยให้ใครรู้นอกจากทายาทลูกหลานที่จะสืบทอดกิจการต่อ" แต่อาจารย์อดุลย์โรจน์คิดต่างจากเจ้าของสูตรทั่วไป เพราะต้องการให้วิชาความรู้ถูกต่อยอดไปสู่คนที่สนใจทั่วไป เป็นการสร้างอาชีพให้กับคนที่กำลังจะตั้งหลักชีวิต ให้สามารถมีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้เผยกันทุกขั้นตอนแบบไม่มีกั๊ก ตั้งแต่วิธีการเลือกซื้อวัตถุดิบ การเตรียมน้ำซุป ขั้นตอนการทำอย่างละเอียด การปรุงรส ไปจนถึง การเปิดร้าน ที่ต้องมีวิธีการคิดต้นทุนกำไร การหาทำเล การบริหารจัดการเบื้องต้น พร้อมพิเศษสุดมาเรียนหลักสูตร "กระเพาะปลาน้ำแดง สูตรเมืองทอง" แถมฟรี ไก่ทอดสูตรเด็ดอีก 1 เมนู แบบไม่เพิ่มราคา สำหรับผู้ที่สนใจ เรียนทำ "กระเพาะปลาน้ำแดง สูตรเมืองทอง” กับอาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหลักสูตร วันเวลาที่เปิดสอนได้ที่ มติชน อคาเดมี โทรศัพท์ (02) 954-3977-84 ต่อ 2114, 2115, 2123, 2124 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.matichonacademy.com Matichon Academy - ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน