วัน-เวลาเรียน : วันศุกร์ ที่ 27 พ.ค. 59 เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ค่าเรียน : 2,140 บาท ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ.. ทำอย่างไรให้อร่อยมัดใจลูกค้า ? วันนี้ นายหมี หรืออ.อำนาจ พิทยาธร มีคำตอบให้กับผู้เรียนแล้ว !! ด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับเฉพาะตัวที่สั่งสมมากว่า 10 ปี บอกหมด ไม่หวงสูตร ตั้งแต่การเลือกชนิดของเนื้อ แหล่งหาซื้อวัตถุดิบ รวมไปถึงแนะนำการเปิดร้านสำหรับผู้ที่อยากไปต่อยอดธุรกิจของตน ..และเมนูที่นายหมีได้งัดออกมาเผยสูตรในวันนี้ นั่นก็คือ "เกาเหลาเนื้อตุ๋น" ที่อัดเต็มไปด้วยเนื้อชิ้นโต เครื่องในเหนียวนุ่ม น้ำซุปรสกลมกล่อม หอมเครื่องเทศ ... การันตีจากความโด่งดังของร้าน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายหมี ที่ใครได้ลิ้มชิมรสต้องติดอกติดใจไปตามๆกัน ...
วัน-เวลาเรียน : วันเสาร์ ที่ 28 พ.ค. 59 เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ค่าเรียน : 2,140 บาท สูตรของย่าแช่ม (เจ้าของสูตรเดียวกันกับขนมเบื้องโบราณ) ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนถึงรุ่นของ คุณอ้น สมพร ลืมเนตร ซึ่งขายขนมเบื้องมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วได้กำไรต่อวันถึง 1000-2000 บาทเลยทีเดียว ขนมเบื้องญวนสูตรนี้จะแปลกและไม่เหมือนใคร ซึ่งทำให้ลูกค้าติดใจซื้อกันแบบไม่ขาดสาย เพราะตัวแป้งจะกรอบ และใช้เตาถ่านในการทำแป้งและผัดไส้ ทำให้หอมมากกว่าการใช้เตาแก๊ส ส่วนของน้ำจิ้มจะใส่ขิงซอย ใช้น้ำตาลอ้อยแทนการใช้น้ำตาลทรายขัดสี และหน้ากุ้งจะใช้มันกุ้งมาใส่ด้วย ซึ่งเคล็บลับและเทคนิคเหล่านี้เผยกันแบบไม่มีกั๊กแน่ๆในห้องเรียนสำหรับใครที่สนใจสร้างอาชีพแต่ลงทุนน้อย หลักสูตรนี้ตอบโจทย์มาก เพราะการลงทุนขั้นแรกในการซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์อยู่ที่ 2000 บาท คุณก็ทำขนมเบื้องญวณขายได้แล้ว
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันเสาร์ ที่ 28 พ.ค. 59 เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ค่าเรียน : 2,140 บาท อาจารย์อดุลย์โรจน์ อังสนันท์สุข เตรียมมาปล่อยสูตรเด็ดของเมนูขายดีประจำร้านอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น-ซี่โครงหมูตุ๋น สูตรเด็ดเมืองทอง ที่เน้นความอร่อยเด็ดของ เนื้อ-ซี่โครงหมูหมักสูตรพิเศษ ผสานกับน้ำซุปตุ๋นยาจีนสูตรดั้งเดิม ที่ทำให้เนื้อตุ๋น เปื่อยยุ่ยอร่อย ซี่โครงอ่อนกรุบกรอบ แถมความเด็ดดวงที่น้ำซุปแสนอร่อย หลายท่านชิมแล้ว...ติดอกติดใจต้องไปบอกต่อกับเพื่อนพ้องน้องพี่มาลองลิ้มชิมรสกันเลยทีเดียว
วันที่ 09 พ.ค. 2559
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันอาทิตย์ ที่ 29 พ.ค. 59 เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ค่าเรียน : 2,140 บาท สอนโดย อ.ปัญญา แซ่เฮง เจ้าของร้านกล้วยปิ้งขั้นเทพในเจ๊เล้ง เด็ดที่ความอร่อยของน้ำจิ้ม ที่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าวอ่อนและเนื้อมะพร้าวให้ความหอมได้อย่างลงตัว สอนวิธีการเลือกกล้วยที่จะนำมาปิ้ง แนะนำอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมเทคนิคการเปิดร้านให้อีกด้วย
วันที่ 09 พ.ค. 2559
ดูรายละเอียด
วัน-เวลาเรียน : วันอาทิตย์ ที่ 29 พ.ค. 59 เวลา 09.00 น. - 15.00 น. ค่าเรียน : 2,140 บาท ตำนานความอร่อยจากซอยเซ็นต์หลุยส์ จากผู้สอนที่ประสบการณ์การทำอาหาร และเป็นเจ้าของร้านมายาวนานกว่า 30 ปี ใช่ครับ..เรากำลังพูดถึง อ.สุจรรย์จิรา วัฒนเจริญชัย หรือที่ใครรู้จัดดีในชื่อ 'อ.ดา เซ็นหลุยส์' วันนี้ท่านได้มาเปิดเผยสูตรเด็ดเคล็ดลับการทำ 'โจ๊กฮ่องกง และ ต้มเลือดหมู' สูตรเด็ดประจำร้าน ที่สร้างรายได้มาอย่างยาวนานให้กับวิทยากรท่านนี้ ซึ่งในคอร์สเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ตั้งแต่เทคนิคการทำโจ๊ก, การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ, เทคนิคการปรุงขั้นตอน พร้อมสอนเทคนิคการนำไปเปิดร้านขายให้อีกด้วย...สำหรับที่อยากได้ 'อาชีพ' ขอบอกว่า..ตอบโจทย์อย่างแน่นอน ;)
วันที่ 09 พ.ค. 2559
เปิดสอนครอบคลุมทั้งหลักสูตรอาหารไทย อาหารนานาชาติและศิปะด้านครัว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาฝีมือการทำอาหาร และผู้ที่ประกอบกิจการร้านอาหาร สอนโดยเชฟประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนและเชฟที่มีความเชี่ยวชาญ จากสถาบัน TCA เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ และหลักสูตร "สูตรเด็ดร้านดัง" ที่ทำการสอนโดยวิทยากรเจ้าของกิจการร้านอาหารขึ้นชื่อ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
สำหรับผู้ที่มีใจรักด้านการทำเบเกอรี ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเปิดร้านเบเกอรีในฝัน ผู้เรียนจะได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากทีมเชฟที่มีประสบการณ์ด้านเบเกอรี วัตถุดิบที่คัดสรรเป็นอย่างดีผสานกับความใส่ใจรายละเอียดขนมทุกชิ้น จึงมั่นใจได้ว่าเบเกอรีทุกชิ้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่คุณมั่นใจได้
หลักสูตรงานช่างและงานฝีมือ ความเชี่ยวชาญจากกูรูผู้ชำนาญการงานช่างสาขาต่างๆ ที่มารวมตัวกันในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ต่อยอดเป็นวิชาช่างและงานฝีมือหลากหลายประเภทที่สามารถสร้างอาชีพได้ใน 1 วัน ถ่ายทอดทุกเคล็ดลับทุกวิชาชีพแบบไม่ปิดบัง โดยได้รับเสียงตอบรับจากผู้เรียนเป็นอย่างดี
[[ทัวร์ศิลปวัฒนธรรม]] จากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ที่ดำรงอยู่อย่างมั่นคงมานานกว่า 3 ทศวรรษ ก่อเกิดเป็นทัวร์ศิลปวัฒนธรรม ตามรอยเส้นทางสายอดีต สนุกกับการขุดค้นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จากสถานที่สำคัญทั่วประเทศ รู้ซึ้งถึงคุณค่าของอดีต เข้าใจสังคมปัจจุบัน และต่อยอดความรู้สู่อนาคต พรั่งพร้อมเรื่องราวต่าง ๆ ที่น่ารื่นรมย์ [[ทัวร์เกษตรสัญจร]] ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรรายแรกๆ ของเมืองไทยที่จะนำคุณไปพบกับ “ปราชญ์ชาวบ้าน” ด้านการเกษตร พูดคุยกับเกษตรกรตัวจริงทุกแง่มุม ช็อป ชม ชิม ของดีของเด็ดทั่วทุกภาคของประเทศไทย ตื่นตากับพืชผักผลไม้ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก พร้อมพาคุณสู่เส้นทางเกษตรสายใหม่ไม่ซ้ำแบบเดิม โดยมีวิทยากรบอกเล่าประสบการณ์ตรงอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองจากปราชญ์ชาวบ้านทั่วทุกพื้นที่ประเทศไทย ถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรกรผู้คลุกคลีอยู่กับการเกษตรมาตลอดชีวิต

โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา เพราะ ‘ความรัก’ ในการทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ และเคยวาดฝันไว้ว่า อยากทำร้านอาหาร ให้แขกที่มาทานได้ลิ้มลองฝีมือของเธอ พร้อมอิ่มเอมไปกับความอร่อย และพลอยมีความสุขไปด้วย ‘ร้าน Rosemary By Madame Tuang’ จึงได้เกิดขึ้น เพื่อเติมเต็มความฝันของ คุณอุบลรัตน์ ช่อธีระพฤกษ์ เซเลบริตี้คนดังในวงการอาหารของเมืองไทย Rosemary (โรสแมรี่) สมุนไพรของแถบเมดิเตอร์เรเนียนชนิดหนึ่ง สามารถหาได้ตลอดปีในแถบยุโรป มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำไปทำอาหารยุโรปได้หลากหลายแทบทุกชนิด และมีประโยชน์มากมาย แต่ชื่อ ‘โรสแมรี่’ ยังมีความหมายที่แอบซ่อนเร้นอยู่ ก็คือ ความรัก และความจงรักภักดี ดังนั้นชาวยุโรปจึงนำไปตกแต่งในช่อดอกไม้ของบ่าวสาว เพื่อเป็นสื่อถึงความหมายอันพิเศษนี้เอง เช่นเดียวกับ ร้านโรสแมรี่ By มาดามตวง ที่เนรมิตพื้นที่ของร้านทั้งสองชั้น ให้สามารถมองเห็นวิวได้รอบร้าน ด้วยรูปแบบการจัดเป็นตัวกระจกโดยรอบ ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสว่างตา ดูอบอุ่น นั่งสบายเหมือนอยู่บ้านในยุโรป ทำให้เวลามานั่งทานอาหารที่ร้านนี้เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเลยแม้แต่น้อย และที่ร้านนี้เลือกเสิร์ฟอาหารยุโรปสไตล์ Comfort Food เน้นวัตถุดิบชั้นดี เหมือนทำทานเองที่บ้าน แบบ Casual all day dining ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม ที่พร้อมมาให้ทุกท่านได้มาร่วมแบ่งความสุข และความอร่อยด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Cooking is sharing’ นั่นเอง เมื่อเร็วๆ นี้ศูนย์การค้า The Taste ทองหล่อ แหล่งรวมร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมใจกลางทองหล่อ ได้มีการจัดงาน ‘The Tastes of The Taste Thonglor ที่สุดของรสชาติต้อง The Taste ทองหล่อ’ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ 10 ร้านอาหารอร่อย โดยในงานนี้ ‘ร้าน Rosemary By Madame Tuang’ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ Feed Me More ให้ทุกท่านได้อิ่มอร่อย และตื่นตาตื่นใจกับอาหารคอร์สสุดพิเศษ 10 คอร์ส ทุกวันเสาร์แรกของเดือน-ช่วงมื้อเที่ยง แต่ละเมนูจัดเต็มพิกัดแบบไม่อั้น ขออุบชื่อเมนูไว้ให้ตื่นเต้นและแอบลุ้น เน้นการใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยมมาใช้ในการปรุงแต่ละเมนู อาทิเช่น เห็ดทรัฟเฟิล, เนื้อแกะและเนื้อสันในวัวจากออสเตรเลีย, ปลาฮิรามาสะ คิงฟิช, หอยนางรมจากฝรั่งเศส, กุ้งล็อบสเตอร์จากแคนาดา (ท่านละครึ่งตัว) เป็นต้น ว่าแล้ว...ทีมงานก็ขอแอบมารีวิวความอร่อยแบบพรีเมี่ยมครั้งนี้กันซักนิดครับ ;) เริ่มกันด้วยเมนูแรกอย่าง Hiramasa Kingfish with Tapenadeปลาฮิรามาสะ คิงฟิช สดใหม่จากออสเตรเลีย ด้วยคุณภาพเทียบเท่าปลาดิบเกรดซาซิมิ อบด้วยทาปานาด ทำจากมะกอกดำพันธุ์ดี (Karamata Olive) ผสมผสานกระเทียม และแอนโชวี่ หนึ่งในเมนูยอดนิยมของชาวฝรั่งเศสที่ความอร่อยมาจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ตามต่อด้วยเมนู Premium Beef Wellingtonสูตรพิเศษเฉพาะของร้านRosemary By Madame Tuang วัตถุดิบชั้นยอดอย่าง เนื้อสันในจากออสเตรเลียเกรดพรีเมี่ยม วางสลับชั้นด้วยฟัวกราส์ เห็ดแชมปิญอง ผักโขม ห่อด้วยแป้งพัฟฟ์เนยสดแท้ เสิร์ฟคู่กับน้ำเกรวี่สูตรพิเศษ ที่จะทำให้คุณประทับใจในรสชาติแบบไม่รู้ลืม!! อีกหนึ่งความอร่อยระดับพรีเมี่ยม ต้องยกให้ Lobster Spaghetti นำเสนอความอร่อยระดับพรีเมี่ยมอย่าง กุ้งล็อบสเตอร์จากแคนาดา ที่มาพร้อมกับเส้นสปาเก็ตตี้สุดนุ่มละมุนลิ้น ถือเป็นหนึ่งในเมนูพระเอกที่คุณต้องลิ้มลอง เติมเต็มค่ำคืนให้คุณได้ซาบซ่าสุดสวิง กับเมนู Sex Booster (เครื่องดื่ม ช็อตเดียวเปรี้ยวทั้งคืน)เครื่องดื่มสุดจี๊ด มีส่วนผสมของอาหารที่ขึ้นชื่อว่าเพิ่มพลังทางเพศต่างๆ เช่น กระเทียมโทน กระชาย หอยนางรม พริก มะเขือเทศ การันตี...แซ่บส์ลืมกันเลยทีเดียว ปิดท้ายกันด้วย สุดยอดเบเกอรี่สไตล์โฮมเมดสุดสร้างสรรค์อย่าง เค้กทุเรียน-เค้กลอดช่อง-เค้กมะม่วงน้ำกะทิ-เค้กเมี่ยงคำ นำเสนอความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของร้านผสมผสานความเป็นไทยในสไตล์สากล โดยไฮไลท์เมนูอยู่ที่ เค้กทุเรียน ที่สร้างความฮือฮาในช่วงฤดูกาลของทุเรียน จำลองเป็นทุเรียนลูกเล็กๆ สะดุดตา ทำจากทุเรียนหมอนทอง ภายในประกอบด้วย 3 ส่วน เนื้อเค้กทุเรียน เนื้อทุเรียนหมอนทองสด และ มูส ส่วนหนามทำจาก บัตเตอร์ครีมทุเรียน ก้านทำจากไวท์ช็อกโกแลต เมื่อตัดออกจะเหมือนทุเรียนลูกจริงๆ ที่มีเนื้อในสีเหลือง แต่ไม่มีเม็ด คนที่ชอบเบเกอรี่ที่อร่อยแบบมีสไตล์ต้องลอง !! อิ่มอร่อยและตื่นตาตื่นใจไปกับอาหารคอร์สสุดพิเศษ ‘Feed Me More’ กับ 10 คอร์สสุดพรีเมี่ยมที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม ในราคา 1,888 บาท (เฉพาะอาหาร) + Free Flow wine 799 บาท ต่อท่าน ที่ร้าน Rosemary By Madame Tuangทุกมื้อเที่ยง เวลา 11.30-14.30 น. ในวันเสาร์แรกของเดือน โดยรับเฉพาะลูกค้าที่จองและชำระเงินล่วงหน้าเท่านั้น! เพราะเราเชื่อว่า Cooking is sharing ร่วมแบ่งปันความสุข และความอร่อยกันนะคะ...มาดามตวง ยินดีต้อนรับทุกท่านค่ะ... ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Rosemary By Madame Tuang ชั้น G โครงการ The Taste ทองหล่อ ซอย 11 โทร. 0-2712-5998, 06-2414-4659 / Line ID: Rosemarythailand เปิดบริการทุกวัน 11.00-22.30 น. www.rosemarythailand.com , www.facebook.com/rosemarythailand , www.instagram.com/rosemarythailand
ดูรายละเอียด
ไต้หวัน เมืองเล็กๆ แต่ใจใหญ่ 10 สถานที่กับ 4 วัน นี่คือเป้าหมายของการเดินทางไปไต้หวันครั้งนี้ ทันทีที่เท้าแตะพื้นสนามบินกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสะดวกสบาย ปลอดภัยและเป็นระเบียบ อีกทั้งยังอุ่นใจทันทีที่เห็นรอยยิ้มของคุณ Chi-Ping Yen เจ้าหน้าที่จากกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ที่จะติดตามและอำนวยความสะดวกให้คณะของเรา และที่ตะลึงตามสัญชาตญาณของคนรุ่นใหม่ ที่ใดมี wifi ที่นั่นไม่โดดเดี่ยว แทบทุกตารางเมตรของไต้หวัน free wifi มีอยู่จริง จูหมิง มิวเซียมเป็นที่แรก แต่เป็นสถานที่ที่ดูดพลังชาวคณะได้อย่างมหัศจรรย์ใจ ซ้ายติดภูเขาขวาติดทะเล ถนนคดเคี้ยวคับแคบทำเอาหลับไม่ลง ทันทีที่รถจอด เห็นประติมากรรมที่มีรูปทรงแปลกตาดึงดูดให้เร่งฝีเท้ามากขึ้น พื้นที่แสดงงานมีทั้งในอาคารและลานกลางแจ้ง โดยจัดสัดส่วนแบ่งโซนได้อย่างน่าสนใจ ประติมากรรมโซนทหาร, ประติมากรรมชุดไทเก๊ก, ประติมากรรมแม่ลูก ส่วนภายในอาคารแสดงผลงานศิลปะการแกะสลักไม้ให้ดูเหมือนหิน ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานศิลปะของคุณจูหมิงแทบทั้งหมด แต่ที่น่าสนใจและน่าขบคิดคือ ท่ามกลางสวนสาธารณะที่แสดงผลงานมูลค่ามหาศาลยังมีการแบ่งพื้นที่สำหรับเยาวชนให้ได้มีโอกาสเรียนรู้ ได้ทำกิจกรรม ได้แสดงออกอย่างเรียบง่ายและสะดวกกับตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติเพื่อแลกกับชอล์คสีให้เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการลงบนถนนระหว่างทางเดิน อีกทั้งฝาผนังปูนเปลือยที่ดูเหมือนว่างเปล่า ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับเด็กๆ ใช้แปรงจุ่มน้ำแล้ววาดภาพปลดปล่อยจินตนาการ และอีกหลายจุดในพิพิธภัณฑ์ที่เราสามารถแทรกตัวเข้าไปส่วนหนึ่งของผลงาน โดยผ่านกระบวนความคิดของศิลปินท่านนี้ ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว กลับออกมาพร้อมกับจินตนาการและแรงบันดาลใจ วันรุ่งขึ้นกับ พิพิธภัณฑ์กู้กง(National Palace Museum) สมคำล่ำลือว่าเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าของไต้หวัน ถึงขั้นต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาชมความงดงามของสมบัติของชาติกว่า 620,000 ชิ้น ที่ได้รับการเก็บรวบรวมเอาไว้มาตลอดประวัติศาสตร์นับ 5 พันปี จนเริ่มเห็นด้วยกับคำกล่าวว่า "เปลือกของกู้กงอยู่ปักกิ่ง แต่หัวใจอยู่ไต้หวัน" พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพจึงยากที่จะบอกว่ามีมากมายล้ำค่าเพียงใด รวมไปถึงการนำชมของมัคคุเทศก์ท้องถิ่นที่บรรยายด้วยความภาคภูมิใจ เพิ่มมูลค่าของสมบัติวัตถุเหล่านั้นขึ้นมาอีก มีผู้แนะนำบอกว่าสิ่งที่ต้องดูให้ได้คือ หยกผักกาดขาว กับหินหมูสามชั้น แต่หลังจากได้เดินชมเกือบทั้งหมดแล้ว อยากจะบอกท่านผู้แนะนำว่าสำคัญและต้องดูเกือบทั้งหมด ทุกชิ้นมีที่มา ตกบ่ายตะลุยงานหนักถึง 3 สถานที่ เริ่มย่อยอาหารกันที่แรก Taipei Fine Arts Museum ถึงกับต้องตะลึงกับแนวคิดของการจัดแสดงนิทรรศการของที่นี่ ผลงานร่วมสมัยของคุณหยาง เหมา หลิน ในโซนจัดแสดงผลงานชุดแรก ตามคำบอกเล่าของมัคคุเทศก์ท้องถิ่นว่า คุณหยางต้องการสะท้อนถึงช่วงที่การเมืองไต้หวันมีปัญหา ผลงานจึงมีสีทึม บิดเบี้ยว ตึงเครียด และกดดัน เข้าสู่โซนที่ 2 จากแนวคิดของคุณหยางที่ว่า มองไต้หวันผ่านความเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกประเทศ ทั้งการเมือง วัฒนธรรม และสังคม จนถึงโซนที่สาม เป็นส่วนจัดแสดงที่ทำให้เห็นรอยยิ้มของคณะกันทุกคน คุณหยางได้นำตัวละครในการ์ตูนเรื่องต่างๆ มาผสมผสานสอดแทรกไปกับความเชื่อทางศาสนาในแบบศิลปะแนวใหม่ได้อย่างกลมกลืนและลงตัว โดยเฉพาะปีเตอร์แพน จนต้องยับยั้งชั่งใจที่จะยกมือไหว้ปีเตอร์แพนอยู่บ่อยครั้ง จบที่โซนสุดท้าย นิทรรศการแนววิทยาศาสตร์ สัมผัสได้ถึงความรู้สึกตื่นตา ตื่นใจ ตื่นเต้น จนแอบอิจฉาเด็กๆ ที่ไต้หวัน ที่ทางการเห็นความสำคัญและทำให้เด็กๆ มีคุณภาพอย่างไม่ต้องยัดเยียด ขู่บังคับ ระหว่างทางกลับสู่ที่พัก เจ้าหน้าที่นำคณะนั่งรถผ่านหมู่บ้านต้าเต้าเฉิงล่ามสาวสวย น้องเบ๊นซ์ (Ms.Phunthip Prairuangkit) แนะนำว่าเคยเป็นท่าเรือสำคัญเมื่อกลางศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เป็นชุมชนเก่าแก่ ทั้งอาคารและชีวิตความเป็นอยู่คึกคักคล้ายเยาวราชเมืองไทย มีศาลเจ้าเล็กๆ เป็นที่พึ่งทางใจของคนในชุมชน บริเวณท่าเรือจัดเป็นสวนสาธารณะ มีกำหนดเวลาเข้าออก ไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้าไปด้านในได้ แต่แค่เสี้ยวนาทีที่รถขับผ่านก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามและผ่อนคลาย สังเกตได้จากรอยยิ้มของผู้คนที่อยู่ในสวนสาธารณะริมน้ำนั้น กลับเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Just sleep มองจากข้างนอกดูเล็กแคบ และอึดอัด แต่ด้านในถูกออกแบบไว้อย่างมีดีไซน์ หรูหรามีสไตล์ และที่สำคัญฝั่งตรงข้ามของโรงแรม คือตลาดกงก่วน เป็นตลาดกลางคืนที่คึกคักที่สุด เต็มไปด้วยของกิน เกอเปา (ge bao) เป็นแป้งหมั่นโถวสีขาว ทานคู่กับขาหมูพะโล้และผักกาดดอง ชานมไข่มุก ร้าน เฉิน ซาน ติ่ง ( Chen san ding ) ที่เด็ดเลยคือตัวไข่มุก อร่อย นิ่มละมุนลิ้นมากๆ และที่โด่งดังที่สุดคือรองเท้า ไม่ว่าจะเป็น Nike Adidas New Balance หรือ Onitsuka Tiger ที่นี่มีให้เลือกทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ แถมยังมีส่วนลดแทบทุกร้าน เอาเป็นว่านอนกี่คืนก็เดินกันทุกคืน หลับสบาย เช้าวันใหม่กับการมุ่งหน้าออกนอกเมืองหลวง ขึ้นเหนือไปทางไทเปใหม่ ล่ามสาวเล่าระหว่างเดินทางว่า คนไต้หวันส่วนใหญ่จะหาเวลาออกไปต่างจังหวัดทุกๆ วันหยุดเพื่อผ่อนคลายพักสมอง ดั่งเช่นเมืองอี้หลาน Yilan ที่คณะกำลังจะเดินทางไป จึงทำให้การจราจรของคณะในวันนี้ติดขัดบ้าง แต่ขอยืนยันว่าดีกรีไม่เท่ากรุงเทพฯ แน่นอน ผ่านสองข้างทางมีบ้านหลังเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงในการทำเต้าหู้เหม็น หรือ โช่วโต้วฟู เป็นอาหารทานเล่นของชาวไต้หวัน ล่ามสามเล่าว่า เคยทดลองดมกลิ่น ร้องยี้ไม่กล้าทาน แต่ลองกลั้นใจลิ้มรสเข้าไปแล้ว ก็ไม่อยาก...เอ๊ย...ไม่แคล้วต้องขอลองอีก ด้านหน้ามีภูเขาใหญ่ติดกันสลับซับซ้อน ล่ามสาวแจ้งว่าคณะเราจะใช้เส้นทางลอดอุโมงค์ เป็นอุโมงค์ลอดภูเขาที่ยาวเป็นอันดับ 5 ของโลก ใช้เวลาสร้างถึง 15 ปี ระยะทาง 13 กิโลเมตร ยอมรับว่า “อึ้ง” และแอบคิดในใจว่า ตัวเลขผิดแน่ๆ ทันทีที่รถเคลื่อนเข้าอุโมงค์ ล่ามสาวอยากให้คณะสังเกตเสียงที่ได้ยินในวิทยุรถ มันคือเสียงเดียวกับที่เราได้ยินอยู่นอกรถ พนักงานขับอำนวยความสะดวกโดยการลดกระจกลง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเสียงเดียวกัน ใช่! เป็นเสียงผู้ควบคุมการจราจรภายในอุโมงค์แห่งนี้ อำนวยความสะดวกไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ห้ามเร็วหรือช้ากว่ากำหนด ทำให้เกิดความคิดที่ว่าคนในประเทศนี้มีคุณภาพชีวิตดีมากๆ ทางการให้ความสำคัญกับส่วนรวม บ่มเพาะตั้งแต่เด็กเล็กๆ คิดโน่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ก็เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สักพักใหญ่ก็เห็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่น สะดุดตา พิพิธภัณฑ์หลานหยางLanyang Museum ภายนอกเป็นพื้นที่ราบมีลักษณะภูมิประเทศราบเรียบ ตัวอาคารเป็นกระจกซึ่งได้แนวคิดมาจาก form ของที่นาที่แบ่งเป็นล็อค สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม, เอกลักษณ์, ประวัติศาสตร์และภูมิทัศน์ใน Lanyang ด้านในจัดแสดงประวัติของท่าเรือ, ระบบนิเวศน์พื้นที่ชุ่มน้ำและส่วนของนิทรรศการกลางแจ้ง ทั้งหมดแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ชั้นบนสุดเรียกว่าระดับภูเขา เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับด้านธรณีวิทยา, พฤกษศาสตร์ ชั้น 3 ระดับพื้นที่ราบ จะเป็นเนื้อหา ภูมิประเทศ, ประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม ต่างๆ ชั้น 2 ระดับน้ำทะเล จะเป็นเรื่องราวที่บอกถึงสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในท้องทะเล วิถีของชาวเล ชั้นล่างสุดจะเป็นแกลลอรี่ต่างๆ ซึ่งจัดแสดงหมุนเวียนไปตามตาราง อีกด้านหนึ่งของเมืองอี้หลาน เจ้าหน้าที่พาคณะไปที่ National Center for Traditional Arts เป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบภายใต้แนวคิดตามหลักฮวงจุ้ยของชาวจีน โปร่งโล่งสบาย เดินเข้าไปด้านในจะเห็นได้ว่าที่นี่คือเมืองต้าเต้าเฉิงโมเดล สถาปัตยกรรมสองข้างทางเป็นร้านขายของที่ระลึก แต่ละร้านจะต้องมีมุมเวิร์คชอปให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำ เดินจนถึงด้านในมีสถานที่คล้ายศาลเจ้า เต็มไปด้วยผู้คนที่มาเคารพสักการะ อีกทั้งยังเรียกเสียงหัวเราะจากการชมการแสดง ตอบโจทย์การมาท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะทุกสถานที่ให้ความสำคัญทั้งเด็กและทั้งครอบครัว ผลกระทบจากอาหารมื้อกลางวันอันแสนโอชะ ก็ส่งผลออกฤทธิ์ให้เปลือกตาเปิดแค่ครึ่งเดียว บ่ายแก่ๆ ของวันนี้ เจ้าหน้าที่นำคณะไปที่ Red brick Literature Houseภายในอาคารดูครึ้มๆ สลัว เจ้าหน้าที่แนะนำให้นั่งเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ด้านหน้าเวที สายตามองไปเห็นภาพผลงานศิลปะจากกระดาษฉีก ปะติดเป็นรูปตัวละครต่างๆ พร้อมกับกลิ่นกาแฟที่หอมหวลมาจากด้านหลังห้อง ทำให้ทั้งคณะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอีกครั้ง สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งร้านกาแฟ, สถานที่สอนวาดรูป, เล่านิทาน และรวบรวมผลงานของ อ.หวง ชุนหมิง ที่อดีตเคยเป็นนักโฆษณาและเป็นนักเขียนที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ช่วงแรกจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวชีวิตในอี้หลาน ต่อมาจะเริ่มกว้างออกไปถึงไทเป จนกระทั่งถึงปัจจุบันในวัย 81 ปี อ.หวง ได้มีแนวคิดที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวเองในวัยชราให้กับเด็กๆ จึงได้รวบรวมกระดาษจากครั้งยังเป็นนักโฆษณามาฉีกและตัดแปะจนเป็นงานศิลปะ และเป็นภาพประกอบในการเล่านิทานให้กับเด็กๆ ฟัง ทำให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ทั้งครอบครัว ตลอด 3 วันที่ผ่านมา ทำให้ทั้งคณะได้เห็นและสัมผัสได้ถึงแนวคิดของคนไต้หวัน ส่วนรวมย่อมมาก่อนส่วนตัว ความเสียสละของอาสาสมัครที่นำความรู้มาถ่ายทอดโดยไม่รับสินบน ได้เพียงส่วนแบ่งไม่กี่เปอร์เซ็นต์จากราคาของที่ระลึก ทางการก็ใส่ใจกับการบ่มเพาะและปลูกฝังเยาวชนเพื่อผลผลิตที่เติบโตมาในอนาคต ช่วยเหลือตัวเองได้ไม่เป็นภาระสังคม รับผิดชอบและมีน้ำใจ ระเบียบวินัย กฏกติกา ถ้าทุกคนรักษาและเคารพจะไม่ก่อให้เกิดเรื่องเสียใจ วันสุดท้ายของทริปนี้ เริ่มต้นทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ยังเหลืออีก 3 สถานที่ ที่จะต้องเก็บเกี่ยวเรื่องราวให้ได้มากที่สุด เช้านี้เจ้าหน้าที่พาคณะไปที่ National Taiwan Craft Research and Development Instituteอาคารแห่งนี้อดีตเคยเป็นกระทรวงวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่สมัยท่านเจียงไคเช็ค สถาปัตยกรรมเป็นแบบจีน ภายในอาคารเป็นการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับงานฝีมือทั้งสิ้น ผลงานทุกชิ้นมีที่มาที่ไป ออกแบบอย่างสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วน ทำเอาชาวคณะตาโตกับทุกชิ้นงาน ตั้งแต่การออกแบบเซรามิก เสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ส่วนหนึ่งของงานจัดแสดงมีมุมเวิร์คช็อปให้ผู้ที่สนใจเรียนฟรี ชั้นล่างสุดของอาคาร จัดเป็นสถานที่จำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งมีจำนวนมากเต็มพื้นที่ ทุกชิ้นน่าสนใจจนพูดได้ว่า ไม่มีชิ้นไหนที่เดินผ่านแล้วจะไม่หยิบดู ถ้าเวลาไม่เป็นตัวกำหนดคณะคงจะชมที่นี่ได้ถึงช่วงเย็น ตกบ่ายเจ้าหน้าที่นำคณะไปเดินย่อยอาหารที่ HuaShan Creative Park พื้นที่ค่อนข้างกว้างพอสมควร แต่พอได้เห็นการจัดแสดงของแต่ละโซน รู้สึกได้ว่าอายุลดลงไปอีก 10 ปี กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีที่เห็นการออกแบบอาคารและตกแต่งสถานที่ต่างๆ ที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวมงานครีเอทจากทั่วทุกมุมโลก มีทั้งนิทรรศการแบบประจำและแบบหมุนเวียน อีกส่วนหนึ่งของอาคารจะเป็นร้านกาแฟ-เครื่องดื่มต่างๆ แถมยังมีร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าแนวอาร์ตๆ อีกมากมาย และที่สะดุดตามากก็คือการจัดวางสินค้าของแต่ละร้านที่ไม่ซ้ำแบบกันเลย เรียกว่าขายไอเดียกันเสียจนสินค้าดูมากมูลค่าและราคาสัมผัสได้จริงๆ มันช่างเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบศิลปะและความคิดสร้างสรรค์อย่างยิ่ง ปิดฉากกับสถานที่สุดท้ายด้วยสายฝนกระหน่ำให้คณะชุ่มฉ่ำหัวใจกัน เจ้าหน้าที่นำคณะไปเดินชม Artist Village ตามเส้นทางขึ้นเขาด้วยบันไดที่สลับซับซ้อน เมื่อหลายปีก่อนที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่อย่างผิดกฎหมายของชุมชนแออัด แต่การแก้ไขของทางการไต้หวันน่าชื่นชมมากๆ ใช้วิธีหันมาร่วมมือกับกลุ่มอนุรักษ์งานด้านศิลปะให้เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อสร้างสรรค์และแสดงผลงานให้กับผู้คนได้มาเข้าชมและสามารถเพิ่มรายได้ให้กับศิลปินต่างๆ ชุมชนแห่งนี้ยังมีชีวิตความเป็นอยู่แบบผสมผสานทั้งผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนเก่ากับศิลปินที่มาอยู่ใหม่เพื่ออาศัยพื้นที่ในการหาแรงบันดาลใจและจัดแสดงผลงาน มีมุมหนึ่งของภูเขาแห่งนี้ที่อยู่ฝั่งติดแม่น้ำ มีที่พักไว้คอยให้บริการกับศิลปินต่างถิ่นที่เข้ามาจัดแสดงผลงาน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือก่อนเข้าพักต้องมีการพิจารณาการสัมภาษณ์ทางอีเมล์ก่อนด้วย ตลอด 4 วันกับโปรแกรมที่อัดแน่น แต่เต็มไปด้วยความประทับใจจากคนไต้หวัน รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่ติดตามและให้ดูแลตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบินจนนาทีสุดท้ายที่ก้าวออกจากสนามบิน ทุกการเดินทาง ได้อะไรมากกว่าที่คิด เป็นประโยคสุดท้ายก่อนหันหลังให้ไต้หวัน แล้วพบกันอีกที่ไทเป ไจ้เจี้ยน...
ดูรายละเอียด
โดย : อนุภาค ชัยชนะดารา ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา..ผมได้มีโอกาสแวะเวียนไปเดินเล่นหาของกินอร่อยๆ ในย่านตลาดนัดเรียบทางด่วนรามอินทรา แหล่งรวมกลุ่มวัยรุ่นอินดี้ และนักช้อป-นักชิมมากหน้าหลายตา ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพูดถึงของกินที่คุ้นหูคุ้นตา ก็มีกันตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว, ลูกชิ้นปิ้ง, สารพัดอาหารตามสั่ง ไปจนถึงสารพัดเมนูขนมอร่อยๆ อีกมากมาย แต่ผมมาหยุด..และสะดุดสายตากับหนึ่งเมนู? เพราะเห็นเด็กวัยรุ่น และกลุ่มนักชิมต่างก็ต่อแถวยาวเหยียด เพื่อรอชิมเมนูอะไรซักอย่าง มี กุ้ง, ปลาหมึก, และสารพัดซีฟู้ดส์ ผสมผสานกับซอสสีสันจัดจ้าน จัดวางบนผืนพลาสติกตั้งอยู่บนถังไม้ ดูอินเทรนดี้ถูกใจวัยรุ่น แถมน่ารับประทานไม่เบาทีเดียว...ถามไถ่เด็กๆ แถวนั้น ถึงได้รู้ว่า..เมนูนี้ เขาเรียกว่า ‘กุ้งถัง’นั่นเอง ลองไปยืนดูน้องๆ หนูๆ เขาต่อคิวกัน..ก็รู้สึก ‘ท้อ’ เลยต้องตัดใจ...แต่แอบคิดไว้แล้วว่า ถ้ามีคนให้สูตรเจ๋งๆ แล้วลองนำกลับไปทำกินเองที่บ้าน..คงเข้าที และถ้าเราทำได้อร่อยเด็ดจริง ก็น่าจะนำไปทำขายได้ไม่ยากอีกด้วยนะ.. เอ้า...แต่เหมือนจะไม่ใช่ปัญหา เพราะ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) ก็ดั้นด้นไปตามหาผู้สอนที่มีความรู้ มาไขข้อข้องใจ พร้อมบอกสูตรเด็ด-เคล็ดลับในการทำ ‘กุ้งถัง’ ให้อร่อยเป๊ะปัง...ระดับมืออาชีพจนได้ โดยในวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ที่จะถึงนี้ อ.อิสระ เหลืองแสงรุ้ง (อ.แตม) วิทยากรประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน จะมาสอนการทำเมนูสุดฮิตนี้ พร้อมปรุงให้ผู้เรียนได้ลองลิ้มชิมรสชาติกันแบบเต็มอิ่มถึง 5 รสชาติความอร่อย ซอสต้มยำ, ซอสกระเทียมพริกไทย, ซอสเกาหลี, ซอสขี้เมา และซอสบาร์บีคิว โดยผู้เรียนทุกคนจะได้เรียนรู้กันตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ, เทคนิคการทำซอสทั้ง 5 รสชาติ, เทคนิคการคำณวนต้นทุนเพื่อการค้า พร้อมบอกแนวทางการตลาดสำหรับคนที่อยากนำไปทำขายสร้างรายได้ในอนาคตอีกด้วย “ ช่วงนี้ต้องบอกว่าเป็นช่วงของกระแสที่กุ้งถังกำลังมาแรงจริงๆ ครับ สำหรับเทคนิคและความรู้ในการทำเมนูกุ้งถังของผมนั้น ได้มาจากประสบการณ์การทำงานในวงการอาหาร และจากการเดินทางไปชิมร้านอาหารต่างๆ แล้วลองนำมาประยุกต์จนได้สูตรที่มีรสชาติลงตัว โดยจุดเด่นของคอร์สเรียนนี้จะอยู่ที่สูตรเด็ดของ 5 ซอสสำเร็จรูป ที่นำมาปรุงรสชาติกุ้งถัง หรือถ้าคุณผู้เรียนอยากได้สูตรซอสนี้ แต่ไม่อยากทานกุ้งถัง สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูที่คุณชื่นชอบดีอีกมากมายหลายเมนูทีเดียว โดยผู้เรียนในคอร์สนี้จะมีหรือไม่มีประสบการณ์การทำอาหาร ก็สามารถมาเรียนเพื่อนำไปใช้ทำได้ไม่ยาก หรือจะนำไปต่อยอดทำทานเองที่บ้าน หรือจะทำกินในงานเลี้ยงสังสรรค์ จนถึงขั้นนำไปต่อยอดประกอบเป็นอาชีพในอนาคตก็ได้อย่างแน่นอน” อ. แตมกล่าว อ.แตม ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงการเรียนรู้ต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจว่า.... อยากให้ทุกคนลองมาเรียนดูกันนะครับ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง “การเรียนรู้ก็เหมือนกันการลงทุนเล่นหวย เพราะบางทีมันอาจจะทำให้คุณรวยโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะครับ” สำหรับ ท่านที่สนใจอยากจับจองคอร์สเรียนหลักสูตรครัวสาธิต กุ้งถัง สอนโดย อ.อิสระ เหลืองแสงรุ้ง (อ.แตม) อาจารย์ประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน ใน วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ก็สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมมาได้ที่ ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน (มติชน อคาเดมี) หรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.(02) 954-3977-85 ต่อ 2123, 2124(จันทร์-ศุกร์)(082) 993-9097,(082)993-9105 (เสาร์-อาทิตย์) http://www.matichonacademy.comและ http://www.facebook.com/Matichon.Academy.Thailand