หลักสูตร หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่ วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560เวลา 09:00 - 15:00 น. ***ราคา 2,140 บาท*** สูตรเด็ดความอร่อย 'หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่' ที่ มติชนอคาเดมี !!! เปิดสูตรเด็ดกันไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับหลักสูตรครัวสาธิตอย่าง หมูสะเต๊ะบองมาร์เช่โดย อาจารย์สมยศ เพ็ชร์กลัด ที่ในวันนี้ได้มาไขความลับการทำหมูสะเต๊ะให้อร่อยขั้นเทพ พร้อมเฉลยวิธีการทำ สูตรน้ำอาจาด 2 สี และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ (อัญชันและเก๊กฮวย) นอกจากนี้ยังสอนในเรื่องของการเลือกวัตถุดิบ, การหมักหมู, การปิ้งหมู และปิดท้ายด้วยสอนเทคนิคการขายแบบมืออาชีพให้อีกด้วย โดยผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสฝึกหั่นเนื้อหมู, เรียนรู้เทคนิคการเสียบไม้, เทคนิคการย่างอีกด้วย จบคอร์สนี้ไป...ก็เตรียมตัวทำขายกันได้เลยจ้า
หลักสูตร กล้วยปิ้งขั้นเทพ วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560เวลา 09:00 - 15:00 น. ***ราคา 1,605 บาท*** กล้วยปิ้งขั้นเทพ...เมนูกล้วยปิ้งที่หาทานได้ไม่ยาก แต่หาร้านที่อร่อย รสชาติไม่หวานมากจนเกินไป นี่หายากเลยทีเดียว กล้วยปิ้งไม่ฝาด ไม่เละ แต่ก็ไม่แข็ง และราดด้วยน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน หอม หวาน มัน เค็ม ทานแล้วฟิน ทางเราจึงเชิญ อ.ปัญญา แซ่เฮง เจ้าของร้านกล้วยปิ้งที่อร่อยที่สุดในย่านดอนเมืองทางร้านเปิดมาน่าจะเกิน 5 ปี และการตอบรับอันดีเยี่ยมของลูกค้า ทำให้ร้านกล้วยปิ้งเล็กๆ ขยับมาเป็นร้านกล้วยปิ้งที่ทำให้ลูกค้าหรือคนที่ผ่านไปผ่านมาต้องแวะเข้าไปซื้อทานกันเลยทีเดียวและวันนี้ทางอาจารย์ก็มาเผยสูตรและเทคนิค-เคล็ดลับ พร้อมขั้นตอนในการทำและหาวัตถุดิบมาสอนกันแบบครบเครื่องเรื่องของกล้วยปิ้งกันเลยทีเดียว ถือว่าผู้ที่ชอบกล้วยปิ้งนี้บอกเลยว่าต้องมาเรียนและผู้ที่มาเรียนสามารถนำไปประกอบธุรกิจหรือต่อยอดในฝีมือได้สบายเลยล่ะค่ะ
ดูรายละเอียด
หลักสูตร ลูกชิ้นหมูปิ้ง วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2560เวลา 09:00 - 15:00 น. ***ราคา 2,140 บาท*** หนึ่งในคอร์สเรียนครัวสาธิตที่หลายๆ คนถามถึงมาโดยตลอด คงต้องพูดถึง หลักสูตร ลูกชิ้นหมูปิ้ง ซึ่งครั้งนี้ มติชนอคาเดมี จัดหนัก...จัดเต็ม เชิญ อ.อรรถ ขันสี วิทยากรมากประสบการณ์ในด้านการทำอาหาร มาเปิดเผยสูตรเด็ด-เคล็ดลับในการทำเมนูลูกชิ้นหมูปิ้ง พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด 2 สูตร งานนี้ผู้เรียนทุกคนได้ความรู้กันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ, เทคนิคการปรุงรสลูกชิ้นหมู, เทคนิคการย่างลูกชิ้น...ที่ไม่เหมือนใคร พร้อมเสริมเมนูอร่อยอย่าง ยำลูกชิ้นหมูรสเด็ด จนหลายคน...ต้องซี้ดดดด
วันที่ 14 มิ.ย. 2560
ดูรายละเอียด
หลักสูตร ไก่แซ่บสุดซี้ด 5 รสชาติ วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560เวลา 09:00 - 15:00 น. ***ราคา 2,140 บาท*** นำเสนอหลักสูตรอย่าง'ไก่แซ่บสุดซี้ด5รสชาติ'นำเสนอไก่ทอดฉ่ำซอสสไตล์เกาหลี สุดฮิตในตอนนี้ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ซอสที่นำมาคลุกเคล้า ในคอร์สเรียนนี้เราสอนด้วยกันทั้งหมด5รสชาติอย่าง รสบาร์บีคิวสไปซี่, เทอริยากิ,น้ำผึ้ง, ชีส และกระเทียม ซึ่งสามารถนำซอสนี้ไปต่อยอดทำเมนูอื่นได้ไม่ยาก ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการแนะแนวทางการทำการตลาดและแนวคิดการทำธุรกิจให้อีกด้วย งานนี้ อ.กฤษณะ ยุคะลัง วิทยากรของเราจัดเต็มแค่ไหน...ตามไปชมกันดีกว่าค่ะ
วันที่ 05 เม.ย 2560
ดูรายละเอียด
หลักสูตร ซาลาเปาออมทรัพย์ วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2560เวลา 09:00 - 15:00 น. ***ราคา 2,140 บาท*** ซาลาเปาออมทรัพย์ สุดยอดซาลาเปาแสนอร่อยร้านดังจากหาดใหญ่ สงขลา ที่มาสอนเทคนิคการทำ ซาลาเปาสูตรนิ่มไส้หมูสับ, หมูแดง, ไส้ครีม พร้อมแถมสูตรการทำ ‘ขนมจีบหมู’ โดยเจ้าของร้านตัวจริง อ.ศุภชัย สากำสด ใครอยากได้สูตรเด็ด-เคล็ดลับ หรืออยากจะมาเรียนนำไปทำกิน-ทำขาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่หลายๆ คนที่กำลังมองหาเพื่อนำไปเปิดร้านหรือต่อยอดให้ฝีมือของตัวเอง ทางเราขอแนะนำหลักสูตรนี้เลยค่ะ...รีบจับจองคอร์สเรียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
วันที่ 05 เม.ย 2560
เปิดสอนครอบคลุมทั้งหลักสูตรอาหารไทย อาหารนานาชาติและศิลปะด้านครัว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการพัฒนาฝีมือการทำอาหาร และผู้ที่ประกอบกิจการร้านอาหาร สอนโดยเชฟประจำศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนและเชฟที่มีความเชี่ยวชาญ จากสถาบัน TCA เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ และหลักสูตร "สูตรเด็ดร้านดัง" ที่ทำการสอนโดยวิทยากรเจ้าของกิจการร้านอาหารขึ้นชื่อ โดยจัดให้มีการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ *** เมนู สเต๊ก *** *** เมนูเทปันยากิหมู*** *** เมนู ผัดไทย หอยทอด*** *** เมนู สปาเก๊ตตี้ *** Save
ครัวเบเกอรี่ สำหรับผู้ที่มีใจรักด้านการทำเบเกอรี่ ผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเปิดร้านเบเกอรี่ในฝันผู้เรียนจะได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับอย่างใกล้ชิดจากทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติจากทีมเชฟที่มีประสบการณ์ด้านเบเกอรี่วัตถุดิบที่คัดสรรเป็นอย่างดีผสานกับความใส่ใจรายละเอียดของขนมทุกชิ้นจึงมั่นใจได้ว่าเบเกอรี่ทุกชิ้นเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่หลายๆ ท่านนิยมรับประทานเบเกอรี่จนได้เผยแพร่จนได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายกลายเป็นอาหารหลักประจำวัน...ปัจจุบันขนมเบเกอรี่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกเรามีการพัฒนารูปแบบของขนมเบเกอรี่เราให้มีความแปลกใหม่ทั้งหน้าตาและรสชาติให้มีความอร่อย หอม หวาน ติดใจในรสชาติของขนมและยังอัพเดทเมนูต่างๆ ให้ผู้ที่มาเรียน ทางศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชนของเราได้เชิญเชฟชื่อดังจากหลายๆ ที่มาสอนที่ศูนย์อาชีพของเราและทางเรารับรองว่าผู้ที่มาเรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงและประสบความสำเร็จกันอย่างล้นหลามกันเลยทีเดียวนะคะ... *** เมนู ฟรุตทาร์ตผลไม้ *** *** เมนู แยมโรลชาเขียว *** *** เมนู บราวนี่ *** *** เมนู ชิฟฟ่อน *** *** ขนมเอแคลร์ *** *** เมนู มาการอง ***
หลักสูตรงานช่างและงานฝีมือ ความเชี่ยวชาญจากกูรูผู้ชำนาญการงานช่างสาขาต่างๆ ที่มารวมตัวกันในนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ต่อยอดเป็นวิชาช่างและงานฝีมือหลากหลายประเภทที่สามารถสร้างอาชีพได้ใน 1 วัน ถ่ายทอดทุกเคล็ดลับทุกวิชาชีพแบบไม่ปิดบัง โดยได้รับเสียงตอบรับจากผู้เรียนเป็นอย่างดี
ครั้งนี้พบกับทัวร์“ไหว้3พระนอนศักดิ์สิทธิ์ นอกกรุงศรีอยุธยา”จ.สิงห์บุรี–อ่างทองมาร่วมเดินทางท่องประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับทัวร์สิคะเรามีวิทยากรอย่าง อ.ปฎิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ ผู้ที่ชำนาญในด้านประวัติศาสตร์พาเที่ยวบอกเลยว่าห้ามพลาดกับทัวร์“ไหว้3พระนอนศักดิ์สิทธิ์ นอกกรุงศรีอยุธยา” นี้น่ะค่ะ...เพียงท่านละ1,990บาท

ขายดีเหมือนแจก “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย!!” แหวกแนวจนได้ดี ผู้เขียน วรางคณา พงษ์สพัง เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2560 ร้านอาหารตามสั่ง มีอยู่มากมายให้เห็นเกลื่อนกลาด เมนูก็มากหน้าหลายตา แต่ทำไมใครๆต้องสั่งแค่เมนูกะเพรา ทำง่ายหรือเปล่า อร่อยหรือไม่ ก็ไม่มีใครบอกแน่ชัดได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “กะเพราเมนูสิ้นคิด” เพราะเข้าร้านตามสั่งทีไร ต้องสั่งทุกที สั่งทุกรายอยู่ร่ำไป หิวแต่ไม่รู้จะกินอะไร สุดท้ายหนีไม่พ้นกะเพราจานด่วนอยู่ดี ร้าน “แล้วแต่ กะเพราแท้ระดับโลก เฮ้ย” ฉีกกฎร้านตามสั่ง หลุดกรอบกะเพราสารพัดผัก จัดเมนูกะเพราเดิมๆ เน้นเนื้อสัตว์และใบกะเพราเป็นวัตถุดิบหลัก เติมรสด้วยเครื่องปรุงสามัญประจำบ้าน ผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟบนจานชามรูปร่างแปลกตาสารพัด ตามสไตล์ของสองหนุ่มมาดกวนผู้ก่อตั้งร้าน อย่าง คุณเดอะ มู๋-นพรัตน์ อุณาภาควุฒิการศึกษา ม.6 สายศิลป์ฝรั่งเศส ที่ ร.ร. แก่นนครวิทยาลัย เพราะเรียนไม่จบคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาสเปน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เนื่องจากตัดสินใจออกมาเป็นศิลปินวงดนตรีร็อคชื่อ THE CLOCK (เดอะ คล็อก) ในสังกัดค่าย HALF DRY (ฮาล์ฟ ดราย) ก่อน และคุณอาร์มมี่-จักรพล ศรีตระกูลจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สองหนุ่มอารมณ์ขันค่อนไปทางกวน เพื่อนซี้ร่วมสถาบันสมัย ม.ต้น ร่วมกันก่อตั้งร้าน “แล้วแต่กะเพราแท้ระดับโลกเฮ้ย” ปัจจุบันเป็นเวลา 3 ปีเต็ม แรกเริ่มความตั้งใจ เพียงต้องการพื้นที่นั่งพูดคุย พักผ่อนของกลุ่มนักดนตรีกลางคืน แล้วช่วงกลางวันก็ทำเมนูที่ทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างขาย เมนูง่ายๆ เช่น ข้าวผัด ผัดกะเพรา แล้วก็น้ำหวาน “เปิดร้านมาก็ไม่ปกติแต่แรกอยู่แล้ว” คุณเดอะ มู๋ ผู้ร่วมก่อตั้งเอ่ย เพราะภาชนะที่ใช้เสิร์ฟไม่ได้ถูกจัดให้มีความสวยงามมาแต่แรก ง่ายๆ คือ บ้านใครมีอะไรก็เอามาใส่นั่นแหละ เหล่าเพื่อนๆนักดนตรีทั้งหลายเขาจะเอามาแชร์กัน ส่วนมากก็จะเป็นถ้วย ชาม ช้อนกลาง ไม่ต้องพึ่งส้อมก็กินได้และต่อมาเหลือแค่เมนูกะเพราอย่างเดียว “มีร้านข้าวมันไก่อย่างเดียว ร้านหมี่เกี๊ยวอย่างเดียว ร้านลาบเป็ดอย่างเดียว ฯลฯ ทำไมเราจะขายกะเพราอย่างเดียวไม่ได้ แถวมหาวิทยาลัยมีแต่กะเพราที่เราไม่ชอบ ใส่ถั่วฝักยาว หอมหัวใหญ่ แครอท ฯลฯ เลยอยากทำกินเองบ้าง แบบไม่ต้องใส่อะไรแปลกปลอมเยอะ มีแต่เนื้อสัตว์ ใบกะเพรา กับเครื่องปรุงรส ตามสไตล์กะเพราแท้” คุณเดอะ มู๋ บอกจริงจัง เมื่อก่อนคุณ เดอะ มู๋ กับคุณอาร์มมี่ เป็นคนลงมือผัดกะเพราเอง แต่ปัจจุบันจ้างคนผัดกะเพราแทน เป็นสาวรุ่นน้อง นาม “เชฟโมรี” ถ้าเชฟโมรีลางานไปทำธุระ คนอื่นๆในร้านจะเป็นพ่อครัวแม่ครัวตัวสำรอง เวลาที่เชฟตัวจริงไม่อยู่ แต่เรื่องจ่ายตลาด คุณเดอะ มู๋ เป็นคนจัดการเอง เพราะมีชั้นเชิงในการต่อรองราคากับแม่ค้าและปัจจุบันวงดนตรีสดไม่ได้มีมา 1 ปีเต็ม จึงหันมาขายกะเพราอย่างเดียว คุณมู๋ บอกต่อ การเสิร์ฟด้วยจานแปลกๆนั้น ไม่เกี่ยวกับราคา ไม่ว่าจะสั่ง 5 บาท 10 บาท ล้วนได้จานแปลกด้วยกันทั้งนั้น โดยจะสแกนจากใบหน้า ท่าทาง แล้วจัดการสุ่มเลือกภาชนะให้เข้ากับแต่ละคน ยกตัวอย่าง ผู้ใหญ่วัยที่ยังไม่หลุดจากกรอบเดิมๆ จะใส่จานแปลกแต่สวย ดูดีหน่อย หากเป็นวัยรุ่น ท่าทางกวนมา จานที่ได้จะกวนกลับไป สำหรับกลุ่มไหนต้องการจะกินด้วยกัน ทางร้านก็มีจานแปลกรองรับ เช่น สั่งกะเพราในราคา 100 บาท 150 บาท จะได้ปริมาณอาหารตามราคาที่สั่ง บนจานที่ใหญ่และแปลกตา อย่างไรก็ตามปกติราคาขายจะอยู่ที่ หมูสับ ไก่สับ 39 บาท เนื้อวัว 49 บาท สั่งราคา 39 บาท อาจจะได้ชามกะละมังก็ได้ ไม่มีจานตายตัวสำหรับราคานั้นราคานี้ หนุ่มเจ้าของกิจการ บอกต่อ ช่วงเวลาที่ขายดีเหมือนแจก คือ เวลา 12.00 น. – 13.00 น. และนักศึกษามหาวิทยาลัยกว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าประจำของที่นี่ วิธีการสั่งก็ง่ายๆเป็นกันเอง สั่งปากเปล่า ไม่มีการจดลง กระดาษให้สิ้นเปลือง เจ้าของร้านบอกจำได้ทุกรายการ เพราะขายมากว่า 3 ปีแล้ว เพราะด้วยจานเสิร์ฟที่แปลกพิสดาร ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น ข่าวสารแพร่กระจายในโลกโซเชียล เวลาแขกไปใครมา ถามหาร้านเด็ดประจำขอนแก่น ก็ไม่พลาดที่จะแนะนำร้านนี้เป็นหนึ่งในทีเด็ดขอนแก่นด้วย ทำให้ร้านเป็นที่รู้จักทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ โดยช่วงมกราคมปีที่แล้ว กระแสตอบรับของร้านดีมาก มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทางร้านจึงต้องรองรับลูกค้าที่แวะเวียนมา โดยการเพิ่มจำนวนพนักงานบริการให้มีมากพอ ทั้งยังย้ำถึงคุณภาพและการบริการอีกด้วยว่า ยิ่งร้านมีชื่อเสียง ยิ่งต้องมีการพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก แย้มบอกอนาคตอาจมีเมนูใหม่เพิ่มเติม ขาประจำต้องติดตามไว้ให้ดี ไม่งั้นจะพลาดคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง เมื่อแอบถามถึงรายได้ของร้าน คุณอาร์มมี่ บอกว่าไม่สามารถเปิดเผยได้ บอกเพียงแต่ว่าสามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ มีพออยู่พอกิน พอใช้ประจำวัน ใครที่นึกภาพร้านไม่ออก วันนี้ คุณเดอะ มู๋ สรุปตัวตนของร้านให้ฟังว่า “ห้องน้ำสกปรก ที่จอดรถหายาก Wi-Fiไม่มี พริกน้ำปลาไม่ให้” แล้วแต่ กะเพรา Food&Bar ร้านตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดตั้งแต่ 11.30 น. – 21.00 น. หาร้านไม่เจอ สอบถามเส้นทางได้ที่ โทร 086-717-8877 , 086-645-8367 คุณอาร์มมี่ , คุณเดอะ มู๋ รับสายเอง
ดูรายละเอียด
กล้วยทอดหน้าวัดปราโมทย์ สมุทรสงคราม ขายดีหมดทุกวัน ขายนานมากว่า 50 ปี ผู้เขียน สุรเดช สดคมขำ เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2560 คุณบุญชุบ สุวรรณฉวีอยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพขายกล้วยทอดมาทั้งแต่สมัยรุ่นคุณแม่ โดยในช่วงนั้นเธอก็ได้มาเรียนรู้วิธีการทำตั้งแต่อายุ 15 ปี ก็เกิดความชำนาญสามารถช่วยกิจการงานที่บ้านได้ จนต่อมาเธอจึงได้ยึดอาชีพขายกล้วยทอดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “เราก็ช่วยแม่ก่อนตอนนั้น เรียกว่าช่วยแม่ขายมาตลอดทุกวัน ก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกล้วยทอดจากแม่แบบดังเดิมเลย ต่อมาพอแม่เสียชีวิต ก็ไม่คิดที่จะเลิกขายกล้วยทอดก็ยังขายอยู่ เพราะสูตรนี้ยังมีคนชอบกิน เรียกว่าขายมาตลอดจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบ 50 ปีแล้ว ที่ขายอยู่ที่ตรงนี้” คุณบุญชุบ เล่าถึงที่มา กล้วยที่ใช้ทอดขายให้กับลูกค้านั้น คุณบุญชุบ บอกว่า จะเลือกกล้วยน้ำว้าสวนที่ปลูกในพื้นที่ โดยที่กล้วยน้ำว้าสวนมีความพิเศษคือมีรสชาติที่อร่อย กล้วยที่เลือกมาทำกล้วยทอดจะเลือกกล้วยที่แก่พอดี ไม่สุกและไม่อ่อนมีอายุตามที่กำหนด ซึ่งกล้วยน้ำว้าที่นำมาทอดจากสวนสามารถขายได้ถึงวันละ 600 ผลกันเลยทีเดียว เมื่อได้กล้วยที่มีลักษณะตามที่ต้องการจะนำมาปลอกเปลือกออก จากนั้นผ่ากล้วยน้ำว้าตามแนวยาวผล ให้มีลักษณะที่พอดี คือ ไม่หนาและบางจนเกินไป จากนั้นนำกล้วยน้ำว้าที่ผ่าเรียบร้อยแล้วมาคลุกกับแป้งที่เตรียมไว้“แป้งที่เราคลุกกล้วยก่อนลงไปทอดจะมีส่วนผสมของ แป้ง น้ำตาล เกลือ และมะพร้าว ตามสูตรที่ทำมา พอกล้วยคลุกกับแป้งดีแล้วก็จะเอาลงไปทอด ในกระทะที่น้ำมันร้อนพอดีแบบท่วม ใช้เวลาทอดประมาณ 20 นาที กล้วยก็จะเริ่มเหลืองสวยพอดี เสร็จแล้วเราก็ตักขึ้นมาพักน้ำมัน เสร็จแล้วก็ขายให้ลูกค้าได้เลย” คุณบุญชุบ บอก ซึ่งกล้วยที่ทอดเสร็จใหม่ๆ เมื่อขึ้นจากกระทะแล้ว คุณบุญชุบ บอกว่า ไม่ทันได้หายร้อนก็จะมีลูกค้ามาซื้อจนหมด โดยบางรายถึงกับสั่งจองต่อๆ กันไปไม่ได้หยุด เรียกว่าของที่เตรียมไว้ขายหมดวันต่อวันกันเลยทีเดียว โดยราคาขายขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าที่จะซื้อ ซึ่งราคาขายก็มีตั้งแต่ 10 บาท ไปจนถึงหลักร้อยบาท ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าว่าจะซื้อไปทานมากน้อยแค่ไหน นอกจากกล้วยทอดแล้วยังมีกล้วยไข่ที่ทำเป็นข้าวเม่าขายอยู่ที่ 3 ผล 20 บาท เรียกว่าขายหมดทุกวันวัตถุดิบที่ใช้เตรียมจึงสดใหม่ไม่มีค้างคืน สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจะลองชิมกล้วยทอดแสนอร่อย ก็แวะเวียนไปอุดหนุนคุณบุญชุบกันได้ทุกวัน โดยร้านจะอยู่หน้าวัดปราโมทย์ ตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม โดยร้านจะตั้งอยู่ติดกับป้อมตำรวจที่อยู่บริเวณหน้าวัด
ดูรายละเอียด
พลิกฟื้นอาหารโบราณ “ข้าวห่อใบบัว” เน้นสะอาด ปลอดภัย สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น ผู้เขียน เสาวลักษณ์ สวัสดิ์กว้าน เรื่อง/รูป เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ข้าวห่อใบบัว เมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก หรือแม้ที่ขายกันอยู่ ผู้บริโภคก็กังขาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากใบบัว ที่เกิดจากการทำนาบัวมีสารฆ่าแมลงตกค้างค่อนข้างมาก คุณจงดี เศรษฐอำนวย หรือป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ไร่นาสวนผสม” ที่ 97/1 หมู่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้พลิกฟื้นเมนูนี้ ขึ้นมาอีกครั้งโดยมีจุดขายนอกจากรสชาติที่อร่อยลงตัวแล้ว ใบบัวที่นำมาใช้ ยังปลูกกันเอง ปล่อยโตตามธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมี เพื่อควมปลอดภัยในการนำมาห่อ “ข้าวห่อใบบัว” สำหรับ ส่วนผสมหลักๆ ของข้าวห่อใบบัว มีดังนี้ 1.ข้าวผัด 2.ไข่เค็มแดง 3.กุนเชียง 4.กุ้งแห้งทอด 5.แปะก๊วย 6หมูหมักเคี่ยว 7.เห็ดหอม ทั้งนี้ ข้าวผัด ที่นำมาใช้ห่อนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หุงสุกผัดกับวัตถุดิบได้แก่ รากผักชีกระเทียมพริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา หอมใหญ่สับ ผักสามสี(แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด) และน้ำปรุงรส (ที่ประกอบด้วย ซอสปรุงรส น้ำมันงา และน้ำตาลทราย) ใบบัวก่อนน้ำมาใช้ ต้องนำไปนึ่งให้ใบเหี่ยวลง และนิ่ม เหมาะแก่การห่อ และเมื่อห่อแล้ว ก็ต้องนำไปนึ่งอีก ราว 15 นาที ก็จะได้กลิ่นหอมของใบบัวเวลารับประทาน ที่กลุ่มของ ป้าแจ๋ว รับนำท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมสวนส้ม และหากนักท่องเที่ยวต้องการอาหารกลางวันด้วย ข้าวห่อใบบัว ก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ได้รับการเรียกร้องเสมอๆ โดยป้าแจ๋ว คิดเป็นรายหัวๆ ละ 80 บาท (มีน้ำ ขนม ให้ด้วย) ป้าแจ๋ว เล่าว่า รายได้ที่เกิดขึ้น จากการจัดท่องเที่ยวเชิงเกษตรนี้ เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว บางส่วนก็นำไปถวายวัด บางส่วนบริจาคให้เด็กนักเรียน รวมทั้งโรงพยาบาลในชุมชนด้วย ดังนั้น งานของป้าแจ๋วและสมาชิก จึงนับเป็นกึ่งจิตอาสา ที่น่าชื่นชมทีเดียว สำหรับใครที่อยากนำเมนูนี้ไป สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ก็เข้าท่าทีเดียว ด้วยว่าตลาดนัดโบราณ ตลาดน้ำ ย้อนยุค เกิดขึ้นมากมาย ณ เวลานี้ ซึ่งเมนูนี้ก็เข้ากับแนวคิดตลาดต่างๆที่ว่านั้น แต่ทั้งนี้ ต้องมั่นใจว่า ใบบัวได้มาจากแหล่งที่ปลอดจากสารเคมีจริงๆ